จากกรณีที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงตัวเลข GDP ของประเทศไทยในไตรมาสที่ 3 ปี 2566 โตขึ้น 1.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อธิบายเพิ่มเติมว่า ตัวเลข GDP นั้นวัดได้จากทั้งฝั่งการผลิต (production) และฝั่งรายจ่าย (expenditure) ซึ่งตัวเลขรวมจะต้องตรงกัน
ในฝั่งการผลิตภาคอุตสาหกรรมซึ่งเป็นภาคส่วนที่ใหญ่ที่สุดเกิดการหดตัวลง -4% จึงดึงใน GDP ของไทยให้โตต่ำและติดลบ หนักที่สุดคืออุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก โดยเฉพาะการผลิตฮาร์ดดิสก์และชิ้นส่วนแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่ภาคบริการขยายตัวได้ดีมาก โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว โรงแรม และร้านอาหารโตขึ้นถึง 14.9% การค้าปลีกและค้าส่งโต 3.3% และภาคการขนส่งโต 6.8%