นายพริษฐ์ กล่าวต่อ โดยหลักการแล้ว การที่นายกฯ ให้คำรับรองกับร่างกฎหมายการเงิน ไม่ได้หมายความว่านายกฯ หรือรัฐบาล จะต้องเห็นด้วยกับร่างดังกล่าว แต่เป็นการเปิดโอกาสให้ร่างดังกล่าว ถูกถกเถียงแลกเปลี่ยนกันในพื้นที่ของสภาฯ ที่มีตัวแทนจากทุกพรรคการเมืองและทุกชุดความคิด เพื่อเดินหน้าหาข้อสรุปที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ ตามกระบวนการรัฐสภา
หากย้อนไปดูสถิติจากสภาฯ ชุดที่แล้ว แม้นายกฯประยุทธ์ รับรองให้ 59% ของร่างกฎหมายการเงินที่ถูกเสนอโดยฝ่ายค้านเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ ซึ่งเป็นสัดส่วนที่น้อยเมื่อเทียบกับนายกฯ ก่อนหน้า แต่ในที่สุด สส. รัฐบาล สมัยก่อน ไม่สนับสนุนร่างกฎหมายที่ถูกเสนอโดยฝ่ายค้านให้ผ่านความเห็นชอบของสภาฯ แม้แต่ฉบับเดียว ไม่นับร่างที่ถูกรวมร่างกับร่างของรัฐบาล
หรือหากนายกฯ มีความกังวลว่าร่างกฎหมายฉบับใดจะมีปัญหา (1) นำไปสู่การเพิ่มภาระงบประมาณที่ผูกมัดรัฐบาลมากจนเกินไป หรือ (2) ขัดกับหลักการสำคัญของนโยบายรัฐบาล นายกฯ ก็สามารถเปิดโอกาสให้ร่างดังกล่าวถูกพิจารณาในสภาฯ เพื่อให้ สส. รัฐบาล ซึ่งมีเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนฯ ได้ฟังเหตุผลและแลกเปลี่ยนมุมมองก่อนจะตัดสินใจลงมติว่าจะสนับสนุนหรือไม่
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อพิจารณาจากข้อกังวลที่นายกฯ อาจมีใน 2 ส่วน เราจะเห็นว่าร่างกฎหมายก้าวไกลหลายร่าง ไม่น่าจะสร้างความกังวล
(1) ในส่วนของภาระงบประมาณ แม้ 14 ร่างจะถูกตีความว่าเป็นร่างการเงินตามกฎหมาย เพราะมีการโอนถ่ายงบประมาณระหว่างหน่วยงานรัฐ แต่มีหลายร่างที่ความจริงแล้ว จะเป็นการลดภาระงบประมาณของรัฐ เช่น การยุบ กอ.รมน. การเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษีที่ดิน การจัดเก็บภาษีที่ดินรวมแปลงและภาษีความมั่งคั่ง
รวมถึงอีกหลายร่างที่ไม่เป็นที่ชัดเจนว่า จะเพิ่มภาระงบประมาณ แต่เป็นเพียงการปรับเกณฑ์และกระบวนการจัดสรรงบประมาณ เช่น การเพิ่มอำนาจท้องถิ่นในการหารายได้ หรือ การปรับโครงสร้างบริหารราชการแผ่นดิน เช่น การลดความซ้ำซ้อนในการบริหารจัดการโครงข่ายถนนทั่วประเทศ
(2) ในส่วนของความสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล แม้ 14 ร่าง ต่างมีรายละเอียดในส่วนที่รัฐบาลยังไม่เคยแสดงความเห็นอย่างชัดเจน แต่หลายร่างเป็นข้อเสนอที่สอดคล้องกับทิศทางภาพรวมของนโยบายที่รัฐบาลเคยประกาศ เช่น การมุ่งสู่การยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหาร การยกเลิกคำสั่ง-ประกาศ คสช. การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น หรือการเปลี่ยน ส.ป.ก. เป็นโฉนดอย่างเป็นธรรม
นายพริษฐ์ กล่าวต่อ ตนและพรรคก้าวไกล จึงขอให้นายกฯ พิจารณาให้คำรับรองกว่า 14 ร่างกฎหมายการเงิน ที่ถูกเสนอโดย สส. ก้าวไกลได้เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนฯ ทันการเปิดสมัยประชุมสภาฯ ในวันที่ 12 ธ.ค.2566
“ไม่ใช่เพราะว่านายกฯ จะต้องเห็นดีเห็นงามกับร่างกฎหมายทุกฉบับที่เสนอโดยพรรคก้าวไกล แต่เพราะนายกฯ พร้อมสร้างระบบการเมืองที่ให้ความสำคัญกับสภาผู้แทนราษฎร ในการเป็นพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนมุมมองที่แตกต่างและการหาข้อสรุปที่ทุกฝ่ายยอมรับและพร้อมเดินหน้าร่วมกัน หากนายกฯ ต้องการรายละเอียดส่วนใดเพิ่มเติม ผมและพรรคยินดีให้ข้อมูลดังกล่าว เพื่อประกอบการพิจารณา” นายพริษฐ์ กล่าว