เนชั่นทีวี

การเมือง

ลุ้น 9 ธ.ค. เลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จบอย่างไร?

14 พ.ย. 2566

ลุ้น 9 ธ.ค. เลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จบอย่างไร?

จากวันที่ 14 พ.ค. ที่ผ่านมา จนกระทั่งวันนี้ 14 พ.ย. รวมแล้ว 7 เดือนพอดี ที่ประชาธิปัตย์ ยังไร้หัวหน้าและคณะกรรมการบริหารตัวจริงมาขับเคลื่อนพรรค เรื่องดังกล่าวทำให้ต้องติดตามตอนต่อไป ว่าสรุปแล้ว ใครจะก้าวเข้ามาทำหน้าที่ครั้งนี้

การเลือกหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ ผ่านการประชุมล่มมา 2 ครั้ง หลังจาก นายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฏ์ ประกาศลาออกจากหัวหน้าพรรค ผ่านไลน์กลุ่มพรรคฯ เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อผลการเลือกตั้งที่ได้ สส. เพียง 25 คน โดยแบ่งเป็น เขต 22 ที่นั่ง และสส.บัญชีรายชื่อ 3 ที่นั่ง 

จนกระทั่งวันนี้ (14 พ.ย.) มีการประชุมพรรค เพื่อกำหนดวันเลือกตั้งหัวหน้าพรรคใหม่ ก็เกิดเรื่องวุ่นอีก เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. นายจุรินทร์ ได้ส่งข้อความผ่านไลน์กลุ่มพรรค ลาออกจากรักษาการหัวหน้าพรรค เนื่องจากกรณีที่กองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองได้ระบุชื่อ นาย นราพัฒน์ แก้วทอง เป็นผู้รักษาการหัวหน้าพรรค แม้ในเวลาต่อมาได้เอาชื่อออกไปก็ตาม ซึ่งเอกสารดังกล่าวเป็นการแจ้งสถานะพรรคการเมืองในแต่ละเดือน ไปยังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ทำให้เกิดการเข้าใจผิด

จุรินทร์ จึงได้ประกาศลาออก เพราะกลัวขัดหลักกฎหมายแล้วจะจัดประชุมไม่ได้ ทำให้ตำแหน่งรักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ว่างลง และต้องเลือกรักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ ซึ่งตามประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง 2562 ระบุไว้เพียงว่า หากหัวหน้าพรรคลาออก กรรมการบริหารพรรคทุกคนก็พ้นตำแหน่งไปด้วย แต่ให้กรรมการบริหารพรรค ที่พ้นจากตำแหน่งทั้งคณะอยู่ในตำแหน่ง เพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ซึ่งในกรณีของพรรคประชาธิปัตย์ที่รักษาการหัวหน้าพรรคขอลาออก และต้องมีการเลือกรักษาการหัวหน้าพรรคคนใหม่นั้น สามารถทำได้หากเป็นไปตามข้อบังคับของพรรคประชาธิปัตย์

 

 

การประชุมวันนี้ จึงเป็นเพียงการเลือกตั้งรักษาการหัวหน้าพรรค เพื่อมากำหนดวัน เวลา สถานที่ เพื่อสรรหาหัวหน้าพรรคกันต่อไป

โดยรักษาการคณะกรรมพรรคได้เลือก นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการหัวหน้าพรรค พร้อมกำหนดวันสรรหาหัวหน้า วันที่ 9 ธ.ค. 66 

รวมทั้งการแก้ไขข้อบังคับให้เพิ่มองค์ประชุม อีก 150 คน มาจากตัวแทนภาคภาคละ 30 คน เพื่อสำรองกรณีองค์ประชุมไม่ครบ โดยให้สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์สมัครเข้ามาด้วยตนเอง หากสมัครเกินจำนวนให้ใช้วิธีจับสลาก ทั้งนี้ มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาคุณสมบัติสมาชิกที่จะมาเป็นองค์ประชุม 5 คน ประกอบด้วย นายชนินทร์ รุ่งแสง, นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ, นาวาตรีสุธรรม ระหงษ์, นายธนา ชีรวินิช และนางขนิษฐา นิภาเกษม ตัวแทนสาขาพรรค   

ด้าน ราเมศ รัตนะเชวง รักษาการโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้อธิบายในแง่กฎหมายว่า การลาออกของ นายจุรินทร์ มีผลอย่างเป็นทางการในวันที่ 15 พ.ค. หลังได้แสดงเจตจำนง โดยตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ระบุไว้ว่า เมื่อหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคลาออกจากตำแหน่ง จะต้องมีการสรรหาใหม่ภายในกี่วัน

ส่วนกฎหมายพรรคการเมือง ก็ไม่ได้กำหนดไว้เช่นกัน เพียงแต่มีเงื่อนไขว่า ให้เป็นไปตามกฎข้อบังคับของพรรค ซึ่งตามกฎข้อบังคับของพรรค ระบุไว้ว่า เมื่อหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคลาออกจากตำแหน่ง จะต้องสรรหาใหม่ภายใน 60 วัน ซึ่งครบกำหนดในวันที่ 13 ก.ค. แต่เนื่องจากมีเหตุสุดวิสัย เพราะการประชุมพรรค มีองค์ประชุมไม่ครบ รักษาการคณะกรรมการการบริหารพรรค จึงมีมติให้ยกเว้น กฎข้อบังคับพรรคในการสรรหาหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหาร 60 วันออกไป ซึ่งในการบริหารพรรคตามกฎหมายรักษาการมีอำนาจเต็มอยู่แล้ว

ย้อนไทม์ไลน์การสรรหาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

14 พ.ค. 66 นายจุรินทร์ ประกาศลาออก เมื่อเวลา 23.30 น.คืนวันที่ 14 พ.ค.2566 โดยส่งข้อความผ่านไลน์กลุ่มของพรรคประชาธิปัตย์

ล่มครั้งที่ 1 (9 ก.ค. 66) ประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี 2566 ครั้งแรก โดยมีวาระสำคัญคือ การคัดเลือกหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ โดยจัดที่ รร.มิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น เมื่อเวลา 09.00 น. ใช้เวลาประชุมราว 6 ชั่วโมง เมื่อ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศยุติการประชุม เมื่อเวลา ประมาณ 15.10 น.เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ มีเพียง 201 คน จากองค์ประชุมที่กฎหมายพรรคการเมืองกำหนดไว้ขั้นต่ำ 250 คน ทั้งนี้เป็นการประชุมลับ ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้ารับฟัง

ล่มครั้งที่ 2 (6 ส.ค. 66) จัดการประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี สถานที่เวลาเดิม แต่ครั้งนี้ใช้เวลาประมาณชั่วโมงกว่า ผลเป็นเช่นเดิมมีผู้อยู่ในห้องประชุมเพียง 210 คน

14 พ.ย.66 ประชุมคณะกรรมการพรรค ตั้งรักษาการหัวหน้าพรรคแทน จุรินทร์ ที่ขอลาออกจากรักษาการหัวหน้าพรรค ก่อนการประชุมจะเริ่มขึ้น 

สาเหตุการประชุมล่ม ทั้ง 2 ครั้ง เนื่องจากเป็นการวัดพลังกันของ กลุ่มนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ซึ่งมีสส.ปัจจุบันสนับสนุน 18 คน ตามโผคาดว่าจะเสนอ นายนราพัฒน์ แก้วทอง เป็นหัวหน้าพรรค กับกลุ่มผู้อาวุโสของพรรค ที่จะเสนอนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นหัวหน้าพรรค 

แต่มีเงื่อนไขสำคัญในการตัดสินแพ้ชนะ อยู่ที่กฎข้อบังคับพรรคในการสรรหาหัวหน้าพรรค ที่ใช้สูตร 70-30 ในการคิดออกมาเป็นเปอร์เซ็นคะแนนเสียง โดยให้น้ำหนัก สส. 70 % และอีก 30 % เป็นองค์ประชุมอื่น(อดีตกรรมการบริหารพรรค และสมาชิกพรรคทั่วประเทศ)

เทียบออกมาเป็นเปอร์เซ็น ดังนี้ ในปัจจุบัน ส.ส. ปชป. มีจำนวน 25 คน มีคะแนนคิดเป็นสัดส่วน 70% นั่นหมายความว่า ส.ส. 1 คน จะมีคะแนน 2.8% (70%/25)

ดังนั้นหากมีผู้เข้าร่วมประชุมขั้นต่ำตามกฎหมายพรรคการเมือง 250 คน ส.ส. 25 คน กับ องค์ประชุมอื่น 225 คน องค์ประชุมอื่น 1 คน จะมีคะแนน 0.13% (30% / 225)

ดังนั้นฝ่ายอาวุโสโหวตอย่างไรก็ไม่มีทางชนะ จึงมีความพยายามต่อรองไม่ให้ใช้กฎข้อบังคับพรรคดังกล่าว แต่ก็ไม่ได้รับความเห็นชอบ จากคณะกรรมการรักษาการที่มี เฉลิมชัย เป็นแกนนำ

ขณะนี้ยังมองไม่เห็นแสงว่า ทั้งสองฝ่ายจะลงเอยกันอย่างไร หรือ วันประวัติศาสตร์ 10 มกรา 2530 จะย้อนกลับมาอีกครั้ง

มาดูวิธีคิดคะแนนสมัย นายจุรินทร์ ได้ถูกคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2562 ซึ่งมีผู้ถูกเสนอชื่อ 4 คน โดยคะแนนแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ คะแนนจาก ส.ส. ของพรรคประชาธิปัตย์ทั้งหมด 52 คน ที่คิดเป็นคะแนนรวม 70% และคะแนนจากสมาชิกพรรคส่วนอื่นๆ คิดเป็นคะแนนรวม 30% โดยผู้สมัครแต่ละคนได้เสียงโหวตแต่ละส่วนดังนี้

     เบอร์ 1 นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ได้คะแนนคิดเป็น 3.6965%

     เบอร์ 2 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ได้คะแนนคิดเป็น 50.5995%

     เบอร์ 3 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ได้คะแนนคิดเป็น 37.2160%

     เบอร์ 4 นายกรณ์ จาติกวณิช ได้คะแนนคิดเป็น 4.881%

คะแนนจาก ส.ส. ของพรรคทั้ง 52 คน (คิดเป็น 70%)

     เบอร์ 1 นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ได้ 2 เสียง

     เบอร์ 2 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ได้ 25 เสียง

     เบอร์ 3 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ได้ 20 เสียง

     เบอร์ 4 นายกรณ์ จาติกวณิช ได้ 5 เสียง

คะแนนจากสมาชิกพรรคส่วนอื่นๆ 239 คน (คิดเป็น 30%)

     เบอร์ 1 นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ได้ 8 เสียง

     เบอร์ 2 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ได้ 135 เสียง

     เบอร์ 3 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ได้ 82 เสียง

     เบอร์ 4 นายกรณ์ จาติกวณิช ได้ 14 เสียง