นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท กล่าวว่าต้องรอกระบวนการของทางกฤษฎีกาที่เป็นขั้นตอนแรก ส่วนการปรับหลักเกณฑ์เพื่อให้เงื่อนไขครอบคลุมมากขึ้นนั้น ยังไม่มีความเคลื่อนไหวเพิ่มเติม ซึ่งก็เข้าใจว่าก็ย่อมมีเสียงที่เห็นด้วยและเสียงที่เห็นต่างเป็นเรื่องปกติ
เราก็มีหน้าที่ทำตามขั้นตอนของกฎหมายให้ครบถ้วน พร้อมรับฟังเสียงสะท้อนทุกรูปแบบ และจากที่ดำเนินการมาตั้งแต่แรกก็จะเห็นได้ว่ามีการปรับเปลี่ยนบางส่วน เพื่อให้เป็นไปตามเสียงที่เราฟังมาและพยามทำให้โครงการนี้เป็นประโยชน์ที่สุดและเป็นไปตามกรอบของกฎหมายทุกประการ
ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายเรียกร้อง ให้เปิดเผยบันทึกการประชุมของคณะกรรมการชุดใหญ่ เนื่องจากมีกระแสข่าวระบุว่า กรรมการบางท่านไม่เห็นด้วยนั้น นายจุลพันธ์ ชี้แจงว่า ถ้าถามมาก็ตอบได้ ไม่เป็นเรื่องอะไรที่ลึกลับซับซ้อน ซึ่งการมีความเห็นที่แตกต่างกันในแต่ละประเด็นถือเป็นเรื่องปกติ
เมื่อถามย้ำว่า พร้อมเปิดเผยบันทึกการประชุมใช่หรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะตนไม่แน่ใจในข้อกฎหมาย เพียงแค่ให้คำตอบได้ในแต่ละประเด็น
ส่วนกรณี น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่ออกมาวิจารณ์การกู้เงินมาใช้ในโครงการเงินดิจิทัลว่าเศรษฐกิจโตไม่ทันนั้น นายจุลพันธ์ กล่าวว่า มิติมันต่างกัน คุณศิริกัญญา อาจจะเห็นถึงความจำเป็น และความหนักหน่วงของสถานการณ์ที่แตกต่างกัน ซึ่งรัฐบาลก็มีมิติของเรา ความเดือดร้อนของประชาชนมันถึงจุดแล้ว และเห็นทิศทางการเจริญเติบโตของประเทศเป็นปัญหา แต่สุดท้ายก็มีขั้นตอนตามกฏหมาย
“เราเองก็มีหน้าที่ในมุมของรัฐบาล ซึ่งจะต้องนำเสนอขั้นตอนทุกอย่างให้เป็นไปตามกรอบของกฎหมาย แล้วต้องบอกเหตุผลและความจำเป็นในมุมมองของเราด้วย ส่วนความคิดเห็นที่แตกต่างก็สามารถมาหารือร่วมกันได้เป็นเรื่องปกติ”
ส่วนประเด็น ที่ประชาชนออกมาเรียกร้องให้มีการเริ่มใช้เงินดิจิทัล ตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน 2567 ได้หรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เป็นไปได้ยาก เพราะยึดตามกรอบของกฎหมายเป็นหลัก ซึ่งนี่คือกรณีที่ไม่มีอุปสรรคใดๆ เร็วที่สุดคือเดือนพฤษภาคม 2567
เมื่อถามว่า ประเด็นดังกล่าวเข้าสู่สภาฯ จะสามารถผ่านได้ใช่หรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า “ต้องมีความมั่นใจสิครับ ไม่งั้นคงไม่ออก”
เมื่อถามว่า พรรคร่วมรัฐบาลให้ความมั่นใจในเรื่องดังกล่าวมากน้อยแค่ไหน นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ตนไม่ได้เป็นผู้หารือ แต่ที่ได้รับฟังทุกคนก็เห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชน รวมถึงความจำเป็นของนโยบายในการมากระตุ้นเศรษฐกิจ และเชื่อว่าเสียงของสมาชิกวุฒิสภา จะไม่เป็นอุปสรรคต่อการผ่านนโยบายดังกล่าว
ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ปฏิเสธกระแสข่าว ที่พรรคภูมิใจไทย ถูกมัดมือชก ในนโยบายเงินดิจิทัล 10,000 บาท ของรัฐบาล โดยยืนยันว่า พรรคภูมิใจไทย พร้อมสนับสนุนนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ต่อส่วนรวม และไม่ขัดต่อกฎหมาย รวมไปถึงรัฐธรรมนูญ และไม่กังวลว่า พรรคเพื่อไทย จะได้ผลงานจากนโยบายนี้ เนื่องจากปัจจุบัน ได้เป็นพรรคร่วมรัฐบาลร่วมกันแล้ว จึงถือเป็นผลงานของรัฐบาล และในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเงินกู้ในสภาผู้แทนราษฎร ก็จะต้องอาศัยเสียงสนับสนุนจาก สส.พรรคร่วมรัฐบาล จึงถือเป็นผลงานของทุกพรรค
ส่วนพรรคภูมิใจไทยจำเป็นจะต้องแต่งตั้งทีมขึ้นมาศึกษา ในเรื่องข้อกฎหมายนโยบายดังกล่าวหรือไม่นั้น นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้มีขั้นตอนอยู่แล้ว ที่จะต้องรอฟังคณะกรรมการกฤษฎีกา และมั่นใจว่ารัฐบาลจะทำวิธีการที่ถูกต้อง เมื่อร่างกฎหมายถึงสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ก็แสดงให้เห็นว่าพื้นฐานของเนื้อหาในร่างกฎหมายนั้นมีความถูกต้อง ผ่านความเห็นจากทุกส่วนราชการ ทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงการคลัง รวมไปถึงกระทรวงมหาดไทยด้วยแล้วแน่นอน