พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขา สมช. มองว่า ในหลักการข้อเสนอดังกล่าวทำได้ เพราะนายสุทิน บอกเองว่าไม่ผิดสัญญา เพียงแต่ไม่เป็นไปตามข้อตกลง จึงอยากให้กลาโหม เปิดเผยข้อตกลงหรือสัญญาที่ทำกับจีน เอาเฉพาะเรื่องเครื่องยนต์ก็ได้ พร้อมฝากถึงทีมที่จะไปเจรจา ให้เน้นเรื่องความเป็นธรรม เพราะส่วนต่างที่ไทยเคยจ่ายไปแล้ว ก็ควรมีการหักลบกลบหนี้ไป ที่สำคัญควรมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากจีนด้วย
ด้านนายสุรชาติ บำรุงสุข อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองว่า การแลกเรือดำน้ำกับเรือฟริเกต อาจไม่ตอบโจทย์ การจ่ายเพิ่มจะทำให้สังคมรับไม่ได้ มีผลต่อรัฐบาล เพราะเหมือนต้องจ่ายค่าโง่ ที่สำคัญเรือฟริเกตล่าสุด คือเรือหลวงภูมิพล ต่อจากเกาหลีใต้ ในปี 2562 ลำต่อไปที่เป็นเรือคู่แฝด ก็ควรต่อกับเกาหลีต่อไป หรือไม่ก็มองหา “เรือคอร์เวต” มาทดแทนเรือหลวงสุโขทัย น่าจะดีกว่า ขณะเดียวกัน เริ่มมีบางสื่อพูดถึงเรือฟริเกตจีน Type 054A ว่าไทยอาจจะได้รุ่นนี้ เพราะเป็นรุ่นที่จีนทำตลาดอยู่ แต่ก็ยังไม่มีคำยืนยันจากฝ่ายใด
สำหรับเรือฟริเกต ในกองทัพเรือ ปัจจุบันประจำการ 7 ลำ ประกอบด้วย ชุดเรือหลวงภูมิพล ต่อจากเกาหลีใต้ ชุดเรือหลวงนเรศวร-ตากสิน ต่อจากจีน ชุดเรือหลวงเจ้าพระยา-บางปะกง-สายบุรี-กระบุรี ก็ต่อจากจีน
ขณะที่ในสมุดปกขาวของกองทัพเรือ ปี 66 มีโครงการจัดหาเรือฟริเกตสมรรถนะสูง 4 ลำ ซึ่งเป็นการดำเนินโครงการระยะยาวและมีมูลค่าสูง วงเงิน 80,400 ล้านบาท