ภายหลังจากการทำหน้าที่ตลอดทั้งสัปดาห์ของการประชุม นายกรัฐมนตรีได้พบปะกับผู้นำหลากหลายประเทศ ทั้ง โจไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และยังมีโอกาสได้พบปะหารือกับผู้บริหารบริษัทยักษ์ใหญ่ อย่าง บ.Microsoft บ.Tesla SpaceX บ.Starlink ซึ่งนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รู้สึกภาคภูมิใจแทนคนไทย เพราะได้รับแต่เสียงชื่นชม
"ผมมีความภูมิใจ ไม่ใช่ในฐานะนายกฯ แต่เป็นในฐานะคนไทย คนชื่นชมประเทศไทยมาก ในการให้ความสำคัญกับสภาวแวดล้อมของโลก ไม่ใช่แค่เรื่องเศรษฐกิจ หรือเรื่องการเงินอย่างเดียว คนไทยเรามีส่วนร่วมทุกคนที่จะทำให้บ้านเมืองดีขึ้น ตรงนี้เป็นความภาคภูมิใจ ผมมาในฐานะผู้นำประเทศ ทำหน้าที่เสนอสิ่งดีๆที่มีอยู่ในประเทศไทย" นายเศรษฐา กล่าว
รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ มองว่า การประชุมสมัชชาสหประชาชาติครั้งนี้ มีความคึกคัก และเปลี่ยนไปตามโครงสร้าง การที่ผู้นำของไทย ถูกเลือกตั้งเข้ามา ถือว่าได้เปรียบรัฐบาลที่อยู่มานาน รวมถึงภาพลักษณ์ สไตล์การทำงานของ นายกฯเศรษฐา ที่สบายๆคล่องตัว แบบนักธุรกิจ ทำให้สามารถฝ่าด่านผู้นำหลายร้อยคนจากหลายประเทศขึ้นมาโดดเด่นได้
ขณะที่ท่าทีของนายเศรษฐา นายกรัฐมนตรี ก็ค่อนข้างมีความมั่นใจ ได้รับการตอบรับ ซึ่งนายกรัฐมนตรี และทีมงานก็สบายๆเดินทางแบบง่ายๆ แม้จะมีการตั้งข้อสังเกตเรื่องค่าใช้จ่าย และจำนวนทีมงานที่ร่วมคณะ รวมทั้งสื่อสมัยใหม่ที่ไป
รศ.ดร.ปณิธาน ให้คะแนนภาพท่าทีการตอบรับคนไทยในสายตาต่างชาติ ถือว่าได้คะแนนค่อนข้างสูง อยู่ที่ 8-9 คะแนนจากเต็ม 10 คะแนน
"ภาพรวมเป็นที่น่าพอใจในเวทีที่ยากๆแบบนี้ ในเวทีที่มีผู้นำระดับโลกที่เป็นที่รู้จัก ไทยเราก็ถือได้ว่าสามารถชิงพื้นที่ของไทยให้กลับมาได้มากพอสมควร" รศ.ดร.ปณิธาน
ทั้งหมดนี้นับเป็นสัญญาณที่ดีของไทย ในการฟื้นภาพลักษณ์ กอบกู้ความเชื่อมั่น จากสายตานานาประเทศ ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ที่ชื่อ “เศรษฐา” กับการพาไทยเชื่อมกับทั่วโลก