ภาวะถดถอยของพรรคเพื่อไทย หลังตั้ง "รัฐบาลข้ามขั้ว" แม้คะแนนนิยมและคะแนนความเชื่อมั่นจะยังคงเป็นปัญหา แต่ก็ถือว่าดีขึ้นกว่าช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีการเปิดผลสำรวจของ D-vote กับมหาวิทยาลัยศรีปทุม หรือ SPU
ครั้งนั้นเป็นการสำรวจในหัวข้อ "หากมีการเลือกตั้งใหม่อีกครั้งในวันนี้ คุณจะเลือกพรรคใด" โดยสำรวจระหว่างวันที่ 21 - 24 สิงหาคม จากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกช่วงอายุ ภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 1,253 ตัวอย่าง
ผลสำรวจพบว่า
พรรคก้าวไกล คะแนนนิยมเพิ่มขึ้น ร้อยละ 62.39
พรรคเพื่อไทย คะแนนนิยมลดลง ร้อยละ 62.24
ศูนย์สำรวจความคิดเห็นศรีปทุม-ดีโหวต อธิบายว่า การที่พรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยมีอัตราการเปลี่ยนแปลงของคะแนนนิยมเฉลี่ยมากที่สุดนั้น เกิดจากการที่ได้มีโอกาสสลับกันเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล และเป็นที่สนใจของประชาชนจำนวนมาก โดยคะแนนนิยมที่ลดลงของพรรคเพื่อไทยร้อยละ 51.32 ได้ไหลไปหาพรรคก้าวไกล / ในขณะที่ร้อยละ 10.92 ไหลไปหาพรรคอื่นๆ
จากผลสำรวจของ D-vote ที่จับมือกับมหาวิทยาลัยศรีปทุมในครั้งนั้น เทียบกับ "เนชั่นโพล" ณ วันนี้ ต้องถือว่าคะแนนนิยมของพรรคเพื่อไทย "ดีขึ้น" หรือจะเรียกว่า "ถดถอยน้อยลง" ก็คงได้ สาเหตุน่าจะมาจาก
-ภาวะผู้นำและความเชื่อมั่นที่ประชาชนมอบให้นายกฯเศรษฐา
-การลงพื้นที่อย่างรวดเร็ว ถี่ยิบ และกระจายหลายพื้นที่อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยของนายกฯเศรษฐา
-การเร่งคลอดนโยบายประชานิยมทันทีของรัฐบาล ในการประชุม ครม.นัดแรก โดยเฉพาะการลดราคาพลังงาน ทั้งน้ำมันดีเซล และไฟฟ้า ซึ่งทำจริงตามที่ประกาศ
-จุดพลิกผันที่สำคัญน่าจะอยู่ที่นโยบาย "แจกเงินหมื่น" ว่าจะทำสำเร็จหรือไม่ ถ้าสำเร็จ คะแนนนิยมอาจจะดึขึ้นอีก แต่ถ้าล้มเหลว หรือมีปัญหา ก็เสี่ยงวูบได้เหมือนกัน