นายกัณวีร์ เห็นว่า การที่ทุกคนเน้นว่ารัฐบาลนี้จะต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในพื้นที่ปาตานีหรือไม่ ทำให้สารัตถะที่สำคัญที่สุดในการสร้างสันติภาพในพื้นที่ถูกด้อยค่าและบดบังไปหมด ซึ่งจริงๆ มันคือ ความพยายามของรัฐบาลในการยกระดับการสร้างสันติภาพให้เป็นวาระแห่งชาติโดยด่วนที่สุด
"เราต้องอย่าโฟกัสผิดจุดเพียงเพราะ นายกรัฐมนตรี จะไปเข้าร่วมและไปตอบหรือแชร์ให้การประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ในสัปดาห์นี้ แล้วไทยเราจะต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ครั้งที่ 73 หรือไม่อย่างไร" นายกัณวีร์ ระบุ
นายกัณวีร์ กล่าวต่อว่า หากนายกฯ จำเป็นต้องไปแถลงต่อหน้าการประชุมสมัชชาใหญ่ฯ ควรเสนอที่การแก้ไขปัญหาที่รากเหง้า เสนอแนวทางการสร้างสันติภาพแบบยั่งยืนว่าจะทำอย่างไร จัดลำดับความสำคัญให้ได้ว่าอะไรจำเป็นเร่งด่วนก่อนหลัง แจ้งเพื่อนสมาชิกเสียว่าได้ตั้งสมมติฐานและสมการผิดมาเกือบ 20 ปี พูดออกไปแบบ อกผายไหล่ผึ่งว่าทราบปัญหา และจะทำอย่างนี้ โดยแจงมาเป็นข้อๆ จนกระทั่งสันติภาพที่แท้จริงมันจะเกิดได้
"หากทำอย่างนี้แล้ว รับรองการต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จะเป็นเพียงแค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งผมยังย้ำว่าการยกเลิกกฎหมายพิเศษในพื้นที่ปาตานี เป็นเรื่องสำคัญ แต่หากรัฐบาลโดย นายกรัฐมนตรีมีแผนงาน แนวทาง และนโยบาย ที่แท้จริงอยู่ในมือแล้ว ในการสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นในพื้นที่โดยเร็ว แต่คงเป็นไปไม่ได้จริงๆครับ หากดูแค่การให้ความสำคัญทางนโยบายของรัฐบาลที่ประกาศออกมา" นายกัณวีร์ กล่าว