ดร.พิศุทธิ์ ระบุด้วยว่า นโยบายที่เขียนขึ้นมา มักเป็นการเขียนเปิดโอกาส ให้มีการ เติมคำในช่องว่าง หรือต่อตัว ต่อหัว ต่อหาง ในทางปฏิบัติ โดยผู้บริหาร แต่ละกระทรวงที่รับผิดชอบ ซึ่งอาจทำให้เกิดเป็น “ผลบวกหรือผลลบ” กับประเทศและประชาชนได้ทั้ง สองทาง ถ้าความคิด จิตใจและพฤติกรรมของ “นักการเมือง” เป็นไปโดยสุจริต จริงใจ มีสามัญสำนึก และความรับผิดชอบสูงกว่าปกติ ก็จะเป็นสิ่งประเสริฐ พึงประสงค์ ของ “ประชาชน เจ้าของเสียง”
แต่ถ้า “นักการเมือง” คิด “กินเมือง กินประเทศ” นำนโยบาย ไปปรับแปลงให้เกิดประโยชน์เฉพาะตน และพวกพ้อง ในลักษณะ ฉ้อฉล กลโกง ประพฤติมิชอบ “ทุจริตเชิงนโยบาย” เหมือนที่ผ่านมา บางครั้ง ก็จะทำให้เกิด “ต้นทุนแฝง” สูงท่วมหัวประชาชน และเกิด “หนี้สิน” สูงท่วมตัวประเทศ ทะลุถึงลูกหลาน ในอนาคต ต่อไป
นโยบายต่าง ๆ ที่มาจากคน ๆ หนึ่ง “เขียน” คน ๆ หนึ่ง “อ่าน” และ คนหลายคน “ทำ” โดย “คนเขียน คนอ่าน คนทำ” ไม่มีความเข้าใจ จริงจัง จริงใจ ตั้งใจ ในการนำไปปฏิบัติ ก็จะทำให้การแถลงนโยบายนั้น ไม่ต่างไปจากการอ่านเอกสารเพียงเพื่อให้จบไปวัน ๆ หรือ “การเล่านิทานก่อนนอน” เพียงเพื่อ กล่อมเด็กไปคืน ๆ โดยที่ “คนทำ หรือ ผู้บริหาร” ก็จะไม่ได้ใส่ใจ อย่างจริงจังเลย เพราะไม่ได้เป็นทั้ง “คนเขียนและคนอ่าน”