svasdssvasds
เนชั่นทีวี

การเมือง

จับตาโจทย์ใหม่ "เศรษฐา" ลบภาพนายกฯหัวร้อน แก้จุดอ่อน สร้าง "ภาพลักษณ์ใหม่"

05 กันยายน 2566
เกาะติดข่าวสาร >> Nation Story
logoline

เป็นเรื่องธรรมดา ของการเป็น "ผู้นำประเทศ" ที่จะต้องถูกจับจ้องท่าทีการแสดงออกหรือคำพูดจา โดยเฉพาะ"เศรษฐา ทวีสิน" ที่เปลี่ยนบทบาทจากเจ้าพ่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มาเป็นนายกรัฐมนตรี และวันนี้ภาพลักษณ์ของเขา กำลังถูกมองว่าเป็นนายกฯ หัวร้อน ฉุนเฉียวง่าย

“ผมไม่ได้ขว้าง เพียงแค่ปล่อยลงบนโต๊ะเฉยๆ ก็เข้าใจว่าเป็นบุคคลสาธารณะ การทำอะไรต่อไปนี้ก็ต้องระมัดระวัง เพราะภาพที่ออกไป แม้จะไม่ได้เป็นการสะท้อนความรู้สึกเราเอง แต่คนที่ดูอยู่อาจจะเข้าใจผิดได้ ก็กราบขอโทษ และจะพยายามระมัดระวังตัวมากขึ้น"

ถึงขั้นที่ต้องออกมาขอโทษ หลังมีคลิปภาพ "เศรษฐา ทวีสิน" นายกฯคนใหม่ หน้ามุ่ย และโยนปากกากลางวงสื่อ  เพราะไม่พอใจที่ปากกาหมึกไม่ออก ระหว่างการรับฟังปัญหาของวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง เมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา  และยังมีอีกจังหวะ เป็นตอนที่ต้องเซ็นลายเซ็นให้กับวินจักรยานยนต์คนหนึ่ง ที่เข้ามาขอลายเซ็น แต่เมื่อเซ็นเสร็จแล้ว นายกฯก็วางปากกาไปกับกระดาษแบบไม่สนใจ จนปากกากลิ้งตกลงไปที่พื้น กระทั่งวินจักรยานยนต์ที่มาขอลายเซ็นต้องก้มลงไปเก็บปากกา  กลายเป็นที่มาของดราม่าร้อนบนโลกออนไลน์ทันที

และเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่อง "ท่าที" และการ "แสดงออก" ของผู้นำ

กระแสบางส่วน สะท้อนแรง ว่า นิสัยนักธุรกิจแค่นี้  รู้แล้วว่าไม่เห็นหัวประชาชน ขณะที่บางส่วนบอกว่า อย่าเพิ่งตัดสินให้ดูกันต่อยาว ๆ  แต่บางคน บอกว่า ท่าทางนี้คุ้นๆ เหมือนคนก่อนที่ชอบโยนของใส่นักข่าวและขู่ว่าจะทุ่มโพเดียม

จับตาโจทย์ใหม่ \"เศรษฐา\" ลบภาพนายกฯหัวร้อน แก้จุดอ่อน สร้าง \"ภาพลักษณ์ใหม่\"

จับตาโจทย์ใหม่ \"เศรษฐา\" ลบภาพนายกฯหัวร้อน แก้จุดอ่อน สร้าง \"ภาพลักษณ์ใหม่\"

จับตาโจทย์ใหม่ \"เศรษฐา\" ลบภาพนายกฯหัวร้อน แก้จุดอ่อน สร้าง \"ภาพลักษณ์ใหม่\"

จับตาโจทย์ใหม่ \"เศรษฐา\" ลบภาพนายกฯหัวร้อน แก้จุดอ่อน สร้าง \"ภาพลักษณ์ใหม่\"

เรื่องนี้อาจไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะจริงๆแล้ว ก่อนหน้านี้บนโลกโซเชียล "เศรษฐา" ถูกจับตามองเรื่องของท่าทีภาษากาย หรือ “อวัจนะภาษา” มาตั้งแต่ช่วงที่หาเสียงแล้ว ถึงขั้นเคยมีการนำภาพตอนลงพื้นที่พบปะประชาชน ระหว่าง"เศรษฐา"กับ"พิธา ลิ้มเจริญรัตน์" มาเปรียบเทียบท่าทางการสวมกอดชาวบ้าน ว่าใครที่ดูใส่ใจจริงใจกับประชาชนมากกว่ากัน

ไม่เว้นแต่การตอบคำถามของสื่อมวลชน ที่เอ่ยถามกับ"เศรษฐา" ตอนที่"พรรคก้าวไกล"กำลังมีคะแนนนำเป็นอันดับ 1 ก็ได้รับคำตอบด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่ฉุนเฉียวจาก"เศรษฐา" 

ด้วยภาพลักษณ์ของ"เศรษฐา" ที่เป็นเจ้าพ่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แถวหน้าของประเทศไทย ประสบความสำเร็จ  มีความทันสมัย และยังสนใจเหตุบ้านการเมืองอยู่เสมอ เพราะมักแสดงความเห็นทางการเมืองผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว ที่มีผู้ติดตามกว่า 3.3 แสนคน จนเขาได้รับสมญา “ซีอีโอสายคอลเอาต์”  

หลังเข้ามาดำรงตำแหน่งนายกฯเพียงไม่กี่วัน "เศรษฐา" ก็นำกลยุทธ์ทางธุรกิจ มาพูดถึงในที่วงประชุมของคณะรัฐมนตรี ด้วยการหยิบยก QuickWins แผนปฏิบัติงานเร่งรัด เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่รวดเร็ว เห็นผลทันตา ทำให้เป้าหมายระยะสั้น ประสบผลสำเร็จ  และยังจะช่วยสร้างแรงจูงใจ สร้างความสำเร็จ ในระยะยาวได้อย่างแท้จริง 

นำมาวางเป็นแนวทางในการพัฒนาประเทศ

ซึ่งแผนปฏิบัติงานนี้ ประกอบไปด้วย (Quality + Quickness) x Quantity  

Quality คือ คุณภาพ รู้องค์ประกอบเนื้อแท้ของเป้าหมายทำให้เกิดผลลัพธ์

Quickness คือ ความรวดเร็ว เลือกวิธีที่เกิดผลลัพธ์รวดเร็ว เห็นผลได้ทันที

Quantity คือ ปริมาณ  มองเห็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ในระหว่างดำเนินงาน

จับตาโจทย์ใหม่ \"เศรษฐา\" ลบภาพนายกฯหัวร้อน แก้จุดอ่อน สร้าง \"ภาพลักษณ์ใหม่\"

 

จับตาโจทย์ใหม่ \"เศรษฐา\" ลบภาพนายกฯหัวร้อน แก้จุดอ่อน สร้าง \"ภาพลักษณ์ใหม่\"

ในความ "เก๋า" และประสบความสำเร็จ ในเรื่องของการบริหารงานธุรกิจ ที่สามารถนำแนวคิดมาปรับใช้ได้  แต่เมื่อขึ้นมานั่งเก้าอี้ในโดมทอง  เป็นนายกรัฐมนตรีที่ต้องบริหารประเทศ  ย่อมปฏิเสธไม่ได้ว่ามีความแตกต่างกัน และมีหลายอย่างที่"เศรษฐา"ต้องปรับเปลี่ยน  โดยเฉพาะการล้างภาพเก่า หลายจุดที่เป็นจุดอ่อนของตัวเอง  และสร้างภาพใหม่  จะทำให้การบริหารประเทศเป็นไปได้อย่างราบรื่น โดยเฉพาะในสถานะของรัฐบาลผสม ที่มีพรรคร่วมให้ต้องประสานงานร่วมมือกันถึง 11 พรรค และเต็มไปด้วยนโยบายที่แตกต่างกันสุดขั้ว

พยายามล้างภาพเดิม  

  • พูดไม่ค่อยรู้เรื่อง โดยเฉพาะการพูดปราศรัยบนเวทีหาเสียง 
  • มีทั้งภาพหลุดและไม่หลุดว่าใช้คำพูดรุนแรง มีลักษณะฉุนเฉียวง่าย
  • มีภาพลักษณ์เป็นคนใจร้อน เอาแต่ใจ ไม่ค่อยฟังใคร (ตามลักษณะผู้บริหารระดับสูง)
  • ไม่มีคอนเนคชั่นทางการเมือง
  • วางตัวเหนือกว่าคนอื่น เป็นเศรษฐี เป็นนักบริหาร ไม่ติดดิน

สร้างภาพใหม่-ปิดจุดอ่อน 

  • คิดเร็ว ทำงานไว ให้สัมภาษณ์ช้าลง และชัดเจนขึ้น
  • เมื่อทำผิดพลาด มีภาพไม่เหมาะสม ขอโทษทันที
  • พยายามทำให้เห็นว่าอารมณ์ดี ไม่เครียดมาก แต่จริงจังกับงาน
  • รับฟังความคิดเห็นของทุกคน
  • มีคอนเนคชั่นทั้งภาคธุรกิจและการเมือง
  • กลุ่มไหนที่ไม่มีคอนเนคชั่น ก็เปิดเวทีพบปะทันที (เช่น ผู้นำเหล่าทัพ)
  • ติดดิน ใกล้ชิดประชาชน

หากนึกย้อนไปถึง วิวาทะระหว่าง"เศรษฐา ทวีสิน" และ"อนุทิน ชาญวีรกูล" หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่เคยปราศรัยตอบโต้พาดพิงกันไปมา จน"อนุทิน" เคยออกมาเตือน"เศรษฐา" ในฐานะที่เป็นรุ่นพี่ทางการเมือง ผ่านจดหมายน้อย “จาก หนู ถึง พี่นิด”  ว่า

“นักธุรกิจบางคนไม่ประสบความสำเร็จทางการเมือง เพราะ เอาวิธีคิดแบบธุรกิจ มาใช้ในการทำงานการเมือง แต่ การเมือง ไม่ใช่ธุรกิจ นักการเมือง โดยเฉพาะคนจะเป็นผู้นำประเทศ ต้องสร้างความรักสามัคคีของคนในชาติ ไม่ใช่สร้างความขัดแย้ง หรือ สร้างกำแพง ใส่กัน”

“หลังวันที่ 14 พฤษภา พี่นิด จะได้เรียนรู้การเมือง อีกแบบ ผมให้กำลังใจ ครับ”  

คงต้องรอดูว่า หาก"เศรษฐา" ยังยึดมั่นตัวตนแบบเดิมๆ  ไม่ปรับเปลี่ยนจุดอ่อนเดิม  และสร้างภาพลักษณ์ใหม่ สุดท้ายแล้วว่าจะส่งผลต่อการการนำรัฐนาวา "เศรษฐา 1" ข้ามผ่านวิกฤติบ้านเมืองหรือไม่   

 

logoline