"วันนี้อยากขอบคุณประชาชน และก็ยืนยันทุกครั้งว่า การมารวมตัวกันของประชาชนเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ แม้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะเป็นรัฐธรรมนูญที่ไม่ถูกยอมรับว่าเป็นประชาธิปไตย แต่หลักการในสิทธิเสรีภาพ ในการแสดงออกเป็นเรื่องที่ถูกยอมรับในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ และเป็นสาระสำคัญหากจะบอกว่าจะมีระบอบประชาธิปไตย ผู้ชุมนุมก็มีสิทธิในการแสดงออกอยู่แล้วจึงขอบคุณประชาชนที่มาให้กำลังใจ และความประสงค์ของผู้ชุมนุมคือต้องการเห็น8พรรคทำงานร่วมกัน แต่วันนี้ไม่ใช่การตัดสินใจของพรรคก้าวไกล" โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าว
เมื่อถามว่า การไปเป็นฝ่านค้านจะโชว์ฝีมือได้อย่างไรนั้น นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ไม่ใช่การโชว์ฝีมือแต่จะเป็นการทำให้ฝันของประชาชน เป็นจริงมากกว่า และนายชัยธวัช จะให้ความชัดเจนว่าก้าวต่อไปของพรรคก้าวไกลจะทำอย่างไร
ส่วนความรู้สึกของ สส.พรรคก้าวไกล หลังจากเห็นข่าวว่า พรรคเพื่อไทยจะต้องฉีก MOU และไม่มีพรรคก้าวไหลในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งตนขอตอบในนามความรู้สึกส่วนตัว ว่า หากพูดกันอย่างตรงไปตรงมาก็เห็นสัญญานการปล่อยข่าวมาโดยตลอด และคงรู้อยู่แล้วว่าอาจจะมีจ้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแบบนี้ได้ "แต่ข้อเท็จจริงที่ตนเจ็บปวดที่สุด คงเป็นเรื่องของพี่น้องประชาชนที่เขาฝัน มันน่าเศร้า มันอีกนิดเดียว คุณเคยรู้สึกมั้ยว่ามันอีกนิดเดียวจริงๆ”
อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากให้สัมภาษณ์เสร็จ นายรังสิมันต์ ได้เดินออกไปรับหนังสือจากตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งตัวแทนกลุ่ม ได้ยื่นหนังสือ พร้อมยื่นรายชื่อกว่า 40,000 รายชื่อ ที่ต้องการให้ 8 พรรคร่วมจับมือกันให้แน่นในการจัดตั้งรัฐบาล พร้อมกับ คล้องพวงมาลัยให้กับนายรังสิมันต์ ในฐานะเจ้าสาว
จากนั้น นายรังสิมันต์ ระบุว่า วันนี้มารับหนังสือ จุดยืนของผู้ชุมนุม ก็เหมือนจุดยืนเดิมของพรรคก้าวไกล ต้องการให้ 8 พรรคร่วมรัฐบาลกับพรรคจับมือกัน ในแน่นเข้าไว้ แต่ต้องยอมรับว่าการ ความพยายาม จากพรรคก้าวไกลฝ่ายเดียวยังไม่เพียงพอ และเมื่อดูจากเหตุการณ์ทั้งหมด ทั้งเรื่องที่พรรคก้าวไกลยอมถอยตำแหน่งประธานรัฐสภา รวมถึงให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ทั้งหมดทั้งมวลพรรคก้าวไกลถอยมาเยอะ เพื่อให้ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลสามารถจัดตั้งรัฐบาลประชาชนได้
"แต่เหตุการณ์ในวันนี้ก็ทำให้ทราบแล้วว่าเป็นอย่างไร ซึ่งขณะนี้ สส. พรรคก้าวไกล กำลังมีการประชุมกัน ว่า เราจะมีจังหวะเดินต่อไปอย่างไร เพราะในวันที่ 4 ส.ค.นี้ จะมีการโหวตนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ 3 ซึ่งหลังจากนี้นายชัยธวัช จะมีคำตอบให้สื่อมวลชนและประชาชน ว่าทางพรรคจะเดินต่อไปอย่างไร แต่ตอนนี้มีความชัดเจนแล้วว่า กำลังเกิดอะไรขึ้นกับ 8 พรรคร่วมฯ ที่เป็นพันธมิตรจัดตั้งรัฐบาลประชาธิปไตย" นายรังสิมันต์ ระบุ
เมื่อถามว่ามองปรากฏการณ์นี้อย่างไร นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ไม่อยากให้เกิดขึ้น และหากจินตนาการว่า 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล 312 เสียงเป็นพรรคเดียว ก็น่าจะจบ แม้อาจจะอาจจะจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ เพราะเสียงไม่ถึง 376 เสียง แต่ตนก็เชื่อว่าถ้าเหนียวแน่น การรอ 10 เดือนก็ไม่มีความหมาย ซึ่งไม่ต้องถึงก็ได้ แต่ตอนนี้ก็ทำให้ประชาชนรู้สึก ว่าจะเกิดการสลายขั้ว 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล โดยทำให้เจอวิกฤตในตอนนี้ ประชาชนและไม่สามารถตั้งรัฐบาลที่ประชาชนให้มาได้
เมื่อถามว่า จะทำให้มวลชนเกิดการรวมตัวกันมากขึ้นหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า อยู่ที่ประชาชน