ชี้ศาลไม่มีอำนาจรับวินิจฉัยปมข้อบังคับใหญ่กว่ารธน.
24 ก.ค. 2566 | chairat_pat

"จรัญ ภักดีธนากุล" ชี้ศาลรัฐธรรมนูญไม่อาจรับคำร้องปมเสนอโหวตนายกฯซ้ำได้ เหตุไร้อำนาจวินิจฉัย ย้ำไม่ใช่ประเด็นละเมิดขัดหรือแย้งกับรธน.
การเมือง
24 ก.ค. 2566 | chairat_pat

"จรัญ ภักดีธนากุล" ชี้ศาลรัฐธรรมนูญไม่อาจรับคำร้องปมเสนอโหวตนายกฯซ้ำได้ เหตุไร้อำนาจวินิจฉัย ย้ำไม่ใช่ประเด็นละเมิดขัดหรือแย้งกับรธน.
24 กรกฎาคม 2566 "นายจรัญ ภักดีธนากุล" อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจที่จะรับเรื่องวินิจฉัยกรณีผู้ตรวจการแผ่นดินที่ยื่นเรื่องสู่ศาลรัฐธรรมนูญ ให้วินิจฉัยกรณีรัฐสภาใช้ข้อบังคับการประชุมรัฐสภาที่ 41 ห้ามนำญัตติใดที่ตกไปแล้วนำมาพิจารณาใหม่ เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นการละเมิดขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ
ทั้งนี้ เพียงแต่ รัฐธรรมนูญ มาตรา 149 อนุโลมว่า ข้อบังคับการประชุมรัฐสภาถ้ายังไม่ได้ประกาศใช้ สามารถส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบว่าจะขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือได้ แต่ถ้าเป็นข้อบังคับที่ประกาศใช้แล้ว ให้เป็นเรื่องภายในรัฐสภา ไม่มีเหตุที่จะให้ศาลรัฐธรรมนูญจะไปตรวจสอบว่าจะขัดแย้งรัฐธรรมนูญหรือไม่
ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญไม่สามารถไปตีความ หรือ ตรวจสอบ ข้อบังคับของรัฐสภาได้ เพราะถือเป็นเรื่องภายในของรัฐสภา และพรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ก็ไม่ได้ให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญ รับเรื่องลักษณะนี้มาพิจารณา ฉะนั้น มติของที่ประชุมรัฐสภาวันนั้น จึงเป็นไปตามข้อบังคับการประชุมและถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ โอกาสที่ศาลจะรับมาพิจารณา มองว่าคงสำเร็จน้อยมาก
ส่วนที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ศาลรธน.มีคำสั่งให้รัฐสภารอการดำเนินการเกี่ยวกับการเสนอชื่อบุคคลให้รัฐสภาเห็นชอบเพื่อแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีไว้ก่อนจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญมีข้อวินิจฉัยในเรื่องนี้ออกมา จึงไม่สามารถกระทำได้ เพราะศาลรธน.ไม่มีอำนาจบังคับสถาบันรัฐสภา วุฒิสภา หรือสภาผู้แทนราษฎรเพราะถือเป็นสถาบันของชาติ
"ถ้าทำอย่างนั้นถือเป็นการกระทำที่เกินขอบเขตความมุ่งหมายของกฎหมาย และ ศาลรัฐธรรมนูญเองก็ไม่มีเคยมีตัวอย่างคำสั่งแบบนี้มาก่อน แต่สามารถมีคำสั่งให้ สส. สว. หยุดปฏิบัติหน้าที่ได้" นายจรัญ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ทางออกเรื่องนี้จึงอยู่ที่ประธานรัฐสภาที่จะเรียกประชุม และอาจหารือสมาชิก เพื่อเป็นการรับฟังว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อการที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ จากนั้นก็คงใช้มติของที่ประชุมรัฐสภาเป็นทางออก เพราะเรื่องนี้ถือเป็นกิจการในภารกิจของรัฐสภา เมื่อมีความขัดแย้งก็ให้ที่ประชุมวินิจฉัย