ล่าสุด ความพยายามสร้างข่าวสองพรรคยังภักดีต่อกัน ปรากฎอีกครั้งโดยระบุว่า จะมีการหารือในวันที่ 28 มิถุนายน 2566 ถือเป็นการหารือนัดตัดเชือกที่อาจถึงขั้นอ่านสถานการณ์ข้างหน้าได้เลยว่าสองพรรคจะกอดคอไปต่อหรือพอแค่นี้กับเอ็มโอยู"ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล"
ความพยายามซื้อเวลาลากยาว กำลังจะหมดลงแล้ว เนื่องจากกรอบเวลาการประชุมรัฐสภากำหนดไว้เป็นวันที่ 3 ก.ค. จากนั้นกำหนดการเลือก"ประธานสภาฯ"ในวันที่ 4 ก.ค. จะอมพะนำกันไว้อย่างไร สุดท้ายต่างฝ่ายต่างต้องแบไต๋ความในใจของตนเองออกมาสู่สาธารณะภายในไม่เกินสัปดาห์นี้
"ซีรีย์ศึกชิงประธานสภาฯ" จึงใกล้ถึงตอนจบเข้ามาทุกที และภาคจบที่กำลังมาถึงนั้นยังเป็นการโหมโรงชวนให้ติดตามเค้าโครงภาพยนตร์เรื่องต่อไปในตอน "เส้นทางนายกฯใหม่ชื่อ"พิธา"หรือไม่" อีกด้วย
สถานการณ์นับจากนี้ ถือเป็นจุดชี้วัดครั้งสำคัญทางการเมือง ระหว่าง"ก้าวไกล"และ"เพื่อไทย"จะเปิดหน้าไพ่ใบไหนเข้ามาเล่นในกลเกมอันสลับซับซ้อน
กล่าวคือสูตรแรก หาก"ก้าวไกล" ยังต้องการตำแหน่งประธานสภาฯพร้อมกับยอมรับในหลักการด้วยการเจียดสองรองประธานสภาฯให้เพื่อไทย พร้อมล้างไพ่โควต้ารมต.เกรดเอเสียใหม่ จัดสรรให้"พรรคเพื่อไทย"สมน้ำสมเนื้ออย่างมีศักดิ์ศรีที่มีจำนวนเสียงใกล้เคียงกัน
หากเป็นตามสูตรนี้ การไปต่อ สู่ด่านสองว่าด้วยการ"โหวตนายกฯ"อาจเป็นไปด้วยดี พร้อมกับมองการก้าวเดินของก้าวไกลต่อไปด้วยการไปวัดดวงกับจำนวนเสียงส.ว.ที่จะมีมากพอรับรอง"พิธา"เป็นนายกฯหรือไม่
สูตรสอง กรณี"ก้าวไกล" ต้องการประธานสภาฯ แบ่งสองรองประธานสภาให้เพื่อไทย แต่ไม่ยินดีเกลี่ยตำแหน่งรมต.เกรดเอให้เพื่อไทย อาจต้องเจอไพ่ลับของเพื่อไทยที่ถูกซ่อนไว้นำไปชี้ชะตากันในสภา นั่นคือ เกมเปิดฟรีโหวตประธานสภา
แม้ฉากหน้า "เพื่อไทย"พยายามกล่าวผ่านสื่อโดยตลอด "เป็นเรื่องที่พรรคร่วมไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้น" แต่ด้วยกลเกมการเมืองล้วนแต่มีผู้ปรารถนาเข้าสู่อำนาจ พร้อมมีไพ่หลายใบให้เลือกใช้ แม้แต่การวางแผนล่วงหน้า ให้พรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามเสนอชื่อ บุคคลจาก"เพื่อไทย"เข้ามาแข่งขันชิงตำแหน่งประธานสภาฯ กับ"ก้าวไกล"
อย่าได้แปลกใจ ถึงกระแสข่าวที่เล็ดลอดออกมา จึงมีชื่อ "สุชาติ ตันเจริญ" อดีตรองประธานสภาฯ เตรียมเป็นคู่ท้าชิง ด้วยการอาศัยพลังโหวตต่างพรรคร่วมทั้งเสียงจาก "พลังประชารัฐ" หรือแม้แต่ "พรรคภูมิใจไทย"ที่เริ่มออกมาส่งเสียงถึงบุคคลที่สมควรเป็นประธานสภาฯ ต้องมีความรู้ ประสบการณ์ ควบคุมการประชุมได้อย่างน่าเชื่อถือ
อีกประการ หาก"ก้าวไกล"เลือกที่จะเปิดหน้าไพ่ก่อน ด้วยการยืนกรานยึดตำแหน่ง"ประธานสภาฯ" แถมเมินเฉย ต่อข้อเสนอเกลี่ยเก้าอี้รมต.เกรดเอ ผลลัพธ์คงพอคาดเดากันออก สถานการณ์การสูญเสียเก้าอี้ประธานสภาฯต่อเสียงโหวตในสภาไปแล้ว จะซ้ำเติมเผชิญเกมโหดตามสไตล์นักการเมืองเขี้ยวลากดินกันต่ออย่างไร นั่นคือ "การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี"
เพราะในเมื่อ "ก้าวไกล"สูญเสียการนำในสภา พลาดเป้าจากตำแหน่งประธานสภาฯไปด้วยแล้ว ยังต้องเจอการตรวจสอบ "ว่าที่นายกฯคนใหม่" ที่มีทั้งสมาชิกวุฒิสภาลับมีดเตรียมพร้อมตั้งแต่หัววัน รวมถึงสภาพการณ์ขณะนี้ ความพยายามของ"ก้าวไกล"ในการดีลกับสว.บางส่วนให้ร่วมสนับสนุน"พิธา" ยังไม่ประสบความสำเร็จ
ประเด็นเหล่านี้ พรรคการเมืองทั้งหลายในสภารับรู้ต่อสถานการณ์นี้ดี โดยเฉพาะ"พรรคเพื่อไทย" ที่น่ารู้ดีสุด ใกล้ชิดสุด จึงต้องเล่นบททอดไมตรีแบบรักกันกลืนกินให้มากที่สุด เพราะหากกระบวนการโหวตเลือกนายกฯ "พิธา" ไม่ผ่าน เมื่อถึงจุดนั้น"เพื่อไทย"จึงจะเสนอก้าวไกลเองว่าจะตัดสินใจอย่างไร
ด้วยมารยาททางการเมือง ไม่หักด้ามพร้าด้วยเข่า ไม่เสนอตัวชิงตั้งรัฐบาลโดยทันที ด้วยเหตุเพื่อลดภาพการซ่อนมีดไว้ข้างหลังที่จะมีผลให้เหล่าแฟนคลับด้อมส้มนำไปตีความขยายความขัดแย้ง เกิดสภาพการณ์มวลชนลงถนน มองเพื่อไทยในทางลบ เป็นเกมที่"เพื่อไทย"ต้องวางตัวอย่างสุขุมคัมภีรภาพ"รักษามิตรไม่สร้างศัตรู"
"เพื่อไทยพร้อมเฝ้ารอและเฝ้ารอให้ "ก้าวไกล" เอ่ยปากบอกทางออกการเมืองมาเอง จะอนุญาติให้เพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลได้หรือไม่"
นี่คือสิ่งที่"เพื่อไทย" ต้องการได้ยินจากแกนนำก้าวไกล ท่ามกลางสถานการณ์ที่บ้านเมืองต้องการผู้นำเข้ามาบริหารประเทศ ไม่อาจทอดเวลายืดยาวต่อไปอีกได้แล้ว
หากสถานการณ์เดินมาถึงจุดนี้ คงไม่มีอะไรมากไปกว่า "ก้าวไกล" กำลังสิ้นสุดทางเลือก พร้อมยอมจำนน จะอยู่ร่วมกับการจัดสูตรรัฐบาลฉบับพิสดารโดย"เพื่อไทย"ภูมิใจเสนอ ที่อาจมีพรรคร่วมรัฐบาลเดิมหนึ่งถึงสองพรรคเข้ามาผสมด้วยหรือไม่
หรือ"ก้าวไกล"จะยอมถอยออกมาเอง เพื่อขอเป็น"ฝ่ายค้าน" พร้อมรอกลับมาใหม่ให้ใหญ่กว่าเดิม ในการเลือกตั้งครั้งหน้า