โดยมาจากการอ้าง “สิทธิในการกำหนดอนาคตตนเอง” หรือ Self Determination ตามมติสมัชชาใหญ่สหประชาชาตินั้น กลายเป็นเรื่องการเมืองโดยสมบูรณ์แล้ว โดยมีการกล่าวอ้างซัดทอดกันไปมาว่าเป็นฝีมือของคู่แข่งทางการเมืองที่ต้องการดิสเครดิต
งานนี้ถูกมองเป็นเรื่อง “การเมือง” เพราะในเวทีที่จัดกิจกรรม “ประชามติแยกดินแดน” เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน มีสมาชิกพรรคการเมืองระดับแกนนำไปร่วม 2 คน โดยเป็น 2 พรรคจาก 8 พรรคว่าที่รัฐบาลชุดใหม่ด้วย คือ พรรคเป็นธรรม กับพรรคประชาชาติ
พรรคเป็นธรรม คือ "ฮากิม พงติกอ" รองเลขาธิการพรรค ส่วนพรรคประชาชาติ มี "อาจารย์วรวิทย์ บารู" รองหัวหน้าพรรค และว่าที่ ส.ส.ปัตตานี งานนี้มีการถอดเทปสิ่งที่ทั้งสองท่านพูดบนเวทีเสวนา ปรากฏว่าแสดงท่าทีสนับสนุน “การกำหนดอนาคตตนเอง” หรือ “สิทธิในการกำหนดใจตนเอง” อย่างคึกคึก แข็งขัน ถึงขั้นรับรองว่าเป็น “นโยบายพรรค” ของทั้งสองพรรคด้วยซ้ำ