แต่ในครั้งนี้ เราเห็นถึงความพยายามในหลายส่วนอย่างไม่น่าเชื่อ ได้แก่
1) การยุติแผนการสร้างกองพลทหารราบที่ 7 และกองพลทหารม้าที่ 3 ซึ่งว่าที่จริงแล้ว การจัดตั้งสองกองพลใหม่นี้ มีข้อโต้แย้งในทางทหารพอสมควร (ผู้เขียนเองได้แสดงความเห็นแย้งในเรื่องนี้ในหลายวาระ เพราะไม่มีความจำเป็นที่ต้องสร้างกำลังพลเพิ่มในขนาดดังกล่าว)
2) การปรับลดนายทหารในระดับนายพล ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน แม้จะเคยมีการทำแผนในเรื่องนี้มาก่อน แต่ทั้งในระดับกลาโหมและเหล่าทัพไม่เคยตอบรับกับแผนลดกำลังพลเช่นนี้ ซึ่งต้องถือว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดีในครั้งนี้ และเท่ากับว่าจะใช้ระยะเวลาอีกเพียงไม่กี่ปี กองทัพไทยจะลดนายพลได้ถึงร้อยละ 50 ในปี 2570
3) การลดจำนวนทหารเกณฑ์ ซึ่งมีการประกาศว่าจะมีการลดจำนวนอย่างต่อเนื่อง และจะเปิดรับอาสาสมัครจำนวน 35,000 นายต่อปี
4) การปรับลดจำนวนกำลังพลทหารพรานในภาคใต้
5) การปรับลดกำลังพลเช่นนี้ จะสามารถประหยัดงบประมาณและงบกำลังพลลงได้เป็นจำนวนมาก
6) การเตรียมบรรจุกำลังพลพลเรือนในกระทรวงกลาโหม
7) การทำแผนพัฒนาขีดความสามารถของกองทัพ
8) การปรับลดขนาดของกองทัพให้มีขนาดกะทัดรัด และทันสมัย
การนำเสนอแผนปฏิรูปกองทัพของรัฐมนตรีกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ ต้องถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่การปฏิรูปกองทัพ จะเริ่มต้นจริงๆ แม้ว่าในความเป็นจริงแล้ว ยังมีประเด็นอื่นๆ คู่ขนานอีกหลายเรื่องที่จะต้องทำการปฏิรูป เช่น ปัญหางบประมาณ และการจัดซื้อจัดหายุทโธปกรณ์ เป็นต้น