3.1 ถ่ายทอดสดการประชุมกรรมาธิการทุกคณะ ให้พี่น้องประชาชนติดตามได้ หรือหากไปไกลกว่านั้น ก็เป็นการรายงานบันทึกการออกเสียงลงมติต่างๆ ของผู้แทนราษฎรทุกคน โดยนำเสนอข้อมูลอย่างเป็นระบบ เข้าถึงง่าย และรวดเร็ว เพื่อให้พี่น้องประชาชนติดตามการทำงานของผู้แทนของตนได้อย่างสะดวก ว่าในแต่ละประเด็น ผู้แทนของตนเองได้ลงมติออกเสียงไปอย่างไรบ้าง
3.2 ส่งเสริมการทำงานของสำนักงบประมาณรัฐสภา (Parliamentary Budget Office หรือ PBO) ในการทำหน้าที่อย่างเต็มที่ เพื่อตรวจสอบและวิเคราะห์การใช้งบประมาณแผ่นดินของหน่วยงานองค์กรต่างๆ เพื่อให้งบประมาณทุกบาททุกสตางค์นั้นจะถูกใช้ไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชน
3.3 ตั้งสภาเยาวชน หรือ Youth Parliament (ซึ่งอาจต่อยอดจากสภาเด็กและเยาวชนที่มีอยู่) ที่ขึ้นตรงกับสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยกำหนดให้สมาชิกสภาเยาวชนทุกคนมาจากการเลือกตั้งของเยาวชนทั่วประเทศ และกำหนดให้ข้อเสนอใดที่สภาเยาวชนลงมติเห็นชอบ ถูกบรรจุเป็นวาระที่รัฐสภาต้องรับไปพิจารณาต่อโดยอัตโนมัติ ด้วยสถานะเทียบเท่ากับร่างกฎหมายที่ประชาชน 10,000 คน สามารถร่วมกันลงชื่อเสนอสู่สภาได้ภายใต้กฎหมายปัจจุบัน
พรรคก้าวไกลต้องการให้ผู้แทนราษฎรของเราดำรงตำแหน่งประธานสภา ไม่ใช่เพื่อตำแหน่ง แต่เราต้องการอำนาจเข้าไปเปลี่ยนแปลงรัฐสภาไทยให้สามารถออกกฎหมายที่เป็นประโยชน์ สามารถแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนได้จริง และเป็นรัฐสภาที่เปิดเผย โปร่งใส ตรวจสอบได้ และส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วม ทำให้ระบอบประชาธิปไตยเข้มแข็ง
ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ พรรคเพื่อไทย โดยนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทยได้ออกมากล่าวถึง นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า
ออกมาส่งสัญญาณถึงพรรคก้าวไกลว่า ตำแหน่งนี้ ต้องเป็นของคนพรรคก้าวไกลว่า ถือเป็นความเห็นทั่วไป ตนเองมองว่าเป็นการทำให้บรรยากาศของการทำงานร่วมกัน หรือเจรจาพูดคุยกันถึงเป้าหมายการเลือกนายกรัฐมนตรี ในที่ประชุมร่วมของรัฐสภานั้น ถูกกดดัน หรือปิดช่องไม่ให้มีการพูดคุยกัน ซึ่งดูแล้วไม่ค่อยเป็นผลบวก
ตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ควรจะเป็นของพรรคเสียงข้างมากหรือไม่ อยู่ที่การตกลงพูดคุยกัน และอยู่ที่ความเหมาะสมรวมถึงไม่ขอวิพากษ์ พรรษาทางการเมือง ของ ส.ส.พรรคก้าวไกล หากมานั่งในตำแหน่งนี้ แต่มั่นใจว่าคนที่ได้รับเลือกจากพี่น้องประชาชนมาย่อมมีความรู้ความสามารถ มีวุฒิภาวะ ส่วนจะทำงานให้สอดคล้องเหมาะสมหรือไม่ ก็อยู่ที่การปฎิบัติงานของเขา
ขณะที่นายรังสิมันต์ โรม ก็ออกมาย้ำว่า อันที่จริงก็เหมือนกับที่ นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค เคยกล่าวเอาไว้ว่า เรื่องของตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นตำแหน่งที่พรรคก้าวไกล อยากรักษาประเพณีที่เคยทำกันมา ซึ่งในอดีตหากไม่นับรวมเมื่อปี 2562 จะพบว่า พรรคการเมืองที่ชนะการเลือกตั้งเป็นลำดับที่ 1 จะขอตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรด้วย เพื่อผลักดันกฎหมายต่างๆ พรรคก้าวไกลยืนยันว่า ตำแหน่งดังกล่าว ทางพรรคก้าวไกลต้องขอเอาไว้เอง