และหากสามารถรวมเสียง ส.ส. ได้เกิน 250 ก็หมดห่วงเรื่อง ส.ว. ไปได้เลย อันเนื่องมาจากคอนเนคชั่นของ “บิ๊กป้อม” (ปรับโหมดไปคุมเกมอยู่เบื้องหลัง) กับ ส.ว. จำนวนหนึ่ง ทำให้โอกาสได้เสียงโหวตจากทั้ง 2 สภา เกิน 376 เสียง มีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูง
แต่ถ้ามาทางเวย์นี้ แน่นอนว่า “พรรคก้าวไกล” จะถอนตัว ทำให้ต้องฟอร์มทีมรัฐบาลกันใหม่ เปิดโอกาสให้ “พรรครัฐบาลเดิม” ไม่ว่าจะเป็น “ภูมิใจไทย” , "ประชาธิปัตย์" ฯลฯ สามารถเข้าร่วมในสูตรนี้ ซึ่งลำพังแค่ 3 พรรค ก็ได้ ส.ส. 276 คน เกินครึ่งของ ส.ส. ทั้งสภาแล้ว
โดยสาเหตุที่ต้องมีการเดินเกมอย่างพิสดาร (ถ้าจะเล่นสูตรนี้) ก็เนื่องมาจากการที่ “พรรคเพื่อไทย” ปฏิเสธเรื่องดีลลับจัดตั้งรัฐบาลกับ “พลังประชารัฐ” ก่อนการเลือกตั้ง และถูกบีบให้ประกาศว่า จะไม่ร่วมรัฐบาลกับ “พลังประชารัฐ” ระหว่างการหาเสียง
ดังนั้นเมื่อไม่มี “บิ๊กป้อม” ไม่มี “พรรคพลังประชารัฐ” แล้ว “พรรคเพื่อไทย” ก็สามารถอ้างได้ว่า ไม่ได้ผิดสัจจะที่ให้ไว้กับประชาชน
แต่สมมติว่า การรวมร่างดังกล่าวเกิดขึ้นจริง เชื่อเถอะว่า คนส่วนใหญ่รับไม่ได้อย่างแน่นอน เพราะไม่ต่างอะไรกับการหลอกลวงประชาชน และจะสร้างตราบาปติด “พรรคเพื่อไทย” ไปตลอดกาล ซึ่ง “พรรคเพื่อไทย” ก็ได้ออกมายืนยันแล้วว่า โมเดลดังกล่าวไม่มีทางเกิดขึ้นได้อย่างเด็ดขาด เป็นเพียงจินตนาการ ไม่สามารถเป็นจริงได้ในทางการเมือง
ส่วนโมเดล “รัฐบาลก้าวไกล” ในวันนี้ ก็ยังคงต้องลุ้นกันต่อไป โดยกรณีของ “พรรคก้าวไกล” การชนะเลือกตั้ง ถือว่าเป็นเรื่องที่ยากแล้ว แต่การจัดตั้งรัฐบาลให้สำเร็จ ต้องนับว่าเป็นเรื่องที่ยากลำบาก...กว่าหลายเท่า