หากหันมาลงรายละเอียดของสองเขตเมืองสามหมอก พบว่าเขต1 มี 10 พรรคส่งผู้สมัคร เเต่น้ำหนักน่าจะอยู่ที่ 4 พรรคคือ
"พรรคพลังประชารัฐ" ส่ง "ปกรณ์ จีนาคำ" อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองเเม่ฮ่องสอน "นายกฯแม้ว" บุตรชายปัญญา จีนาคำ อดีตส.ส.ห้าสมัยที่ตอนนี้เลื่อนไปลงบัญชีรายชื่อ "พรรคภูมิใจไทย"ส่ง "นันทิยา วงศ์วานิชย์"ทายาท "อนันต์ วงศ์วานิชย์" อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองเเม่ฮ่องสอน 8 สมัยลงประชัน "พรรคเพื่อไทยส่ง" "สมภพ คงความซื่อ" เข้ามาสู้ " พรรครวมไทยสร้างชาติ ส่ง" "จำลอง รุ่งเรือง" เข้าเเข่งขัน
ว่ากันว่าจังหวัดนี้ "พท." ไม่เน้นตามมาด้วยกระแสข่าวสะพัด พท.เเตะมือผู้กองคนดังในการเเบ่งพื้นที่ล่วงหน้า โดย"พปชร."หวังว่าผู้กองคนดังจะช่วยปักธงเขตนึ้ไว้ได้ เเละยังมีกระเเสข่าวว่า"ผู้กองคนดัง"เเตะมือหลวมๆ กับอดีตเสธ.คนหนึ่งในการเลี่ยงพื้นที่กัน เพราะอดีตเสธ. คนนี้ได้หนุน"จำลอง"ที่เคยเป็นส.ส.หนึ่งสมัยเเต่กระเเสวันนี้ของ"จำลอง"ไม่กระเตื้องนัก
ดังนั้นน้ำหนักน่าจะวัดกันที่ "ปกรณ์กับนันทิยา" เพราะเสี่ยหนู "อนุทิน ชาญวีรกูล"หัวหน้าพรรคภท.เพิ่งมาเมืองสามหมอกและขึ้นปราศรัยใหญ่ให้ และมองลงไปแล้วพบว่า"นันทิยา"เกาะพื้นที่มานานที่น่าจะมีเเรงบวก เพราะ "พี่ฝน" หาเสียงว่า "ขอโอกาสเพื่อเปลี่ยนเเปลงบ้านเกิด" โดย"นันทิยา"น่าจะมี อสม. เป็นขุมกำลังของภท.ทั่วประเทศในการช่วยรณรงค์ให้สอบได้
บวกกับการลงพื้นที่ถี่ยิบของ"นันทิยา"เพื่อรวบรวมปัญหาที่เรื้อรังมาจัดการให้สะเด็ดน้ำในสี่ปีข้างหน้า บนเเคมเปญ"ส่งเสริมให้ถูกจุดต่อ ยอดให้ถูกที่ แก้ปัญหาให้ถูกทาง" กับประชาสังคมเพื่อวางนโยบายเฉพาะตัวของเขต 1 เมืองสามหมอกที่เร่งสร้างกระแส "โอกาสเดียวที่จะเปลี่ยน"
ส่วนเเคนดิเดตเขต1นั้นพบว่า "ปกรณ์"ลาออกจากนายกฯเล็กเพื่อลงสนามส.ส.เเล้วส่ง "มัลลิกา จีนาคำ"พี่สาวลงสมัครนายกฯเล็กเเทน ส่วน"ปัญญา"ขึ้นไปลงส.ส.บัญชีรายชื่อ ภาวะนี้คล้ายว่าครอบครัว"จีนาคำ”วางขุมกำลังไว้พอสมควร
เเต่ไม่รู้ว่าชาวบ้านจะโอเคไหมกับเกมที่”วางไว้บนกระดานการเมืองเช่นนี้ของบ้านจีนาคำ"บวกกับกระเเสพปชร.นั้นขายยากในตอนนี้ ภาวะแบบนี้อาจทำให้"ปกรณ์"ขยับขึ้นยาก เเละอาจส่งผลให้นันทิยาเเตะเส้นชัยเป็นคนเเรกในเขตหนึ่ง เมืองสามหมอก
ส่วนเขต 2 ส่งเข้าประกวด 13 พรรค เเละน่าเป็นการแข่งขันกันระหว่าง 2 ตัวแทนจากกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ คือ "สมบัติ ยะสินธุ์ "จากพรรคประชาธิปัตย์และ "วิทยา หวานซึ้ง" ของพรรคเพื่อไทย โดย"วิทยา"มีจุดเด่นที่เป็นชนเผ่าม้ง และประกอบธุรกิจพืชผลเกษตรรายใหญ่รวมถึงทำธุรกิจกับชนเผ่าต่างๆ ในจังหวัดทำให้มีฐานคะแนนเสียงของชาวม้งในพื้นที่บวกกับกระเเส พม.ในตอนนี้ก็เป็นต่อระดับหนึ่ง ขณะที่"สมบัติ" เคยเป็นส.ส.มาครั้งหนึ่งเเละวันนี้ยังรับเเรงหนุนจากกลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัดเช่นกัน
ส่วนพรรคอื่นๆนั้น เช็กโอกาสเเล้วน่าจะเหนื่อยกับการเบียดขึ้นเเละยากหลายชั้นในการเข้าวินเป็นส.ส.เขตสอง เมืองสามหมอก
สรุป "เเม่ฮ่องสอน"น่าจะเเข่งดุ/ฟัดหนัก เพราะเเคนดิเดตเเต่ละพรรคในสองเขตนี้มีจุดเด่น/จุดด้อยคละเคล้า ดังนั้นอยู่ที่ว่าผู้สมัครนโยบาย/กระเเสนิยมส่วนตัวเเละคะเเนนพรรคจะเดินเข้าถึงมวลชนได้ตรงเป้าเพียงใด
เเละควรระวังเกมใต้ดินที่อาจผุดขึ้นได้เสมอ ตรงนี้สังคมควรจับตาเเละอย่าให้เกิดขึ้นอีกกับประชาธิปไตยไทย