ผู้ตอบแบบสำรวจออนไลน์ ตั้งใจจะลงคะแนนเสียงให้กับผู้สมัครในระบบเขต ของพรรคการเมืองดังต่อไปนี้
1) พรรคเพื่อไทย คิดเป็นร้อยละ 34.4
2) พรรคก้าวไกล คิดเป็นร้อยละ 24.0
3) พรรคพลังประชารัฐ คิดเป็นร้อยละ 13.3
และ 4) พรรครวมไทยสร้างชาติ คิดเป็นร้อยละ 8.2 ตามลำดับ
ทั้งนี้ ผู้ตอบแบบสำรวจออนไลน์อีกราว ร้อยละ 7.4 ยังตัดสินใจไม่ได้หรือยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะลงคะแนนเสียงให้กับผู้สมัครในระบบเขต ของพรรคการเมืองใด
ผู้ตอบแบบสำรวจออนไลน์ ตั้งใจจะลงคะแนนเสียง ในระบบบัญชีรายชื่อ ให้กับพรรคการเมืองดังต่อไปนี้
1) พรรคเพื่อไทย คิดเป็นร้อยละ 33.2
2) พรรคก้าวไกล คิดเป็นร้อยละ 24.5
3) พรรคพลังประชารัฐ คิดเป็นร้อยละ 13.6
และ 4) พรรครวมไทยสร้างชาติ คิดเป็นร้อยละ 9.0 ตามลำดับ
ทั้งนี้ ผู้ตอบแบบสำรวจออนไลน์อีกราว ร้อยละ 7.7 ยังตัดสินใจไม่ได้หรือยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะลงคะแนนเสียง ในระบบบัญชีรายชื่อ ให้กับพรรคการเมืองใด
ส่วนที่ 3 ปัจจัยที่ใช้ในการตัดสินใจลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง
ผู้ตอบแบบสำรวจออนไลน์ ให้ความสำคัญกับปัจจัยเหล่านี้ ในการตัดสินใจเพื่อลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง แบบแบ่งเขต ได้แก่
1) นโยบายของพรรค ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.50/3.00 และ 2) จุดยืนทางประชาธิปไตยของพรรค ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.41/3.00
ส่วนปัจจัยที่ผู้ตอบแบบสำรวจความคิดเห็นออนไลน์ ให้ความสำคัญน้อยที่สุด คือ 1) เงิน/ผลประโยชน์ เพื่อการซื้อเสียง ค่าเฉลี่ยเท่ากับ1.12/3.00 และ 2) ความสัมพันธ์ส่วนตัวกับผู้สมัคร ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 1.42/3.00 ตามลำดับ
ผู้ตอบแบบสำรวจออนไลน์ ให้ความสำคัญกับปัจจัยเหล่านี้ ในการตัดสินใจเพื่อลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง แบบบัญชีรายชื่อ ได้แก่ 1) นโยบายของพรรค ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.49/3.00 และ 2) จุดยืนทางประชาธิปไตยของพรรค ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.44/3.00 ส่วนปัจจัยที่ผู้ตอบแบบสำรวจความคิดเห็นออนไลน์ ให้ความสำคัญน้อยที่สุด คือ 1) เงิน/ผลประโยชน์ เพื่อการซื้อเสียง ค่าเฉลี่ยเท่ากับ1.20/3.00 และ 2) แนวโน้มที่จะเกิดความขัดแย้งหลังการเลือกตั้ง ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 1.69/3.00 ตามลำดับ
ส่วนที่ 4 บทวิเคราะห์
ใครคือสนับสนุนของ "นางสาวแพทองธาร ชินวัตร" และพรรคเพื่อไทย ?
ผลการวิเคราะห์ข้อมูล พบว่า ผู้ตอบแบบสำรวจออนไลน์ ที่ต้องการให้ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี และให้การสนับสนุนพรรคเพื่อไทย ในการเลือกตั้งครั้งนี้ คือ ผู้หญิง (426/829) อายุ 43-57 (เจน X) (281/829) นับถือศาสนาพุทธ (721/829) มีอุดมการณ์ทางการเมืองแบบเป็นกลาง (397/829) สถานภาพโสด (482/829) สำเร็จการศึกษาระดับอนุปริญญา-ปริญญาตรี (508/829) ประกอบอาชีพเป็นพนักงาน/ลูกจ้างบริษัทเอกชน (294/829) มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 15,001-30,000 บาท (279/829) มีภูมิลำเนาอยู่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล (251/829) อาศัยอยู่ในเขตชนบท (481/829)
ใครคือสนับสนุนของ "นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์" และพรรคก้าวไกล ?
ผลการวิเคราะห์ข้อมูล พบว่า ผู้ตอบแบบสำรวจออนไลน์ ที่ต้องการให้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี และให้การสนับสนุนพรรคก้าวไกล ในการเลือกตั้งครั้งนี้ คือ ผู้หญิง (355/628) อายุ 18-27 ปี (เจน Z) (312/628) นับถือศาสนาพุทธ (426/628) มีอุดมการณ์ทางการเมืองค่อนไปทางเสรีนิยม (364/628) สถานภาพโสด (426/628) สำเร็จการศึกษาระดับอนุปริญญา-ปริญญาตรี (465/628) ยังคงเป็นนักเรียน/นิสิต/นักศึกษา (265/628) มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 15,000 บาทหรือน้อยกว่า (318/628) มีภูมิลำเนาอยู่ในภาคใต้ (188/628) อาศัยอยู่ในเขตเมือง (348/628)
ใครคือสนับสนุนของ "พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ" และพรรคพลังประชารัฐ ?
ผลการวิเคราะห์ข้อมูล พบว่า ผู้ตอบแบบสำรวจออนไลน์ ที่ต้องการให้ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี และให้การสนับสนุนพรรคพลังประชารัฐ ในการเลือกตั้งครั้งนี้ คือ ผู้ชาย (270/367) อายุ 28-42 ปี (เจน Y) (218/367) นับถือศาสนาพุทธ (273/367) มีอุดมการณ์ทางการเมืองแบบเป็นกลาง (193/367) สถานภาพโสด (273/367) สำเร็จการศึกษาระดับอนุปริญญา-ปริญญาตรี (184/367) ประกอบอาชีพเป็นพนักงาน/ลูกจ้างบริษัทเอกชน (165/367) มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 15,001-30,000 บาท (187/367) มีภูมิลำเนาอยู่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล (206/367) อาศัยอยู่ในเขตเมือง (279/367)
ใครคือสนับสนุนของ"พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา" และพรรครวมไทยสร้างชาติ ?
ผลการวิเคราะห์ข้อมูล พบว่า ผู้ตอบแบบสำรวจออนไลน์ ที่ต้องการให้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี และให้การสนับสนุนพรรครวมไทยสร้างชาติ ในการเลือกตั้งครั้งนี้ คือ ผู้ชาย (140/262) อายุ 43-57 (เจน X) (155/262) นับถือศาสนาพุทธ (206/262) มีอุดมการณ์ทางการเมืองแบบเป็นกลาง (129/262) แต่งงานแล้ว (151/262) สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท-เอก (132/262) เกษียณอายุแล้วหรือว่างงาน (70/262) มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 30,001-50,000 บาท (76/262) มีภูมิลำเนาอยู่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล (121/262) อาศัยอยู่ในเขตเมือง (224/262)
เจนไหน สนับสนุนใครบ้าง ?
ผลการวิเคราะห์ข้อมูล พบว่า ผู้ตอบแบบสำรวจออนไลน์ เจน Z (อายุ 18-27 ปี) ส่วนใหญ่ให้การสนับสนุน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และพรรคก้าวไกล (312/796) ขณะที่ เจน Y (อายุ 28-42 ปี) และ เจน X (อายุ 43-57 ปี) ส่วนใหญ่ให้การสนับสนุน นางสาวแพทองธาร ชินวัตร และพรรคเพื่อไทย (266/897 และ 281/861) แต่ เจน Baby Boomer (อายุ 58-76 ปี)
ส่วนใหญ่ให้การสนับสนุน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และพรรครวมไทยสร้างชาติ (75/334) ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตด้วยว่า ผู้ตอบแบบสำรวจออนไลน์ เจน Z เป็นกลุ่มที่ยังตัดสินใจไม่ได้หรือยังไม่ได้ตัดสินใจ ว่าจะสนับสนุนใคร เป็นสัดส่วนที่มากที่สุด ถึงร้อยละ 15.83 ขณะที่ เจน Y, เจน X และ เจน Baby Boomer มีสัดส่วนเพียงร้อยละ 5.80, 5.34 และ 3.59 ตามลำดับ ในขณะที่ เจน Builder ตัดสินใจว่าจะสนับสนุนใครไปแล้วทั้งหมด
อุดมการณ์ทางการเมืองแบบไหน สนับสนุนใครบ้าง ?
ผลการวิเคราะห์ข้อมูล พบว่า ผู้ตอบแบบสำรวจออนไลน์ ที่มีอุดมการณ์ทางการเมือง ค่อนไปทางเสรีนิยม ส่วนใหญ่ให้การสนับสนุน "นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์" และพรรคก้าวไกล (364/1,079) ขณะที่ ค่อนไปทางอนุรักษ์นิยม
ส่วนใหญ่ให้การสนับสนุน "พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา" และพรรครวมไทยสร้างชาติ (114/404) ส่วน เป็นกลาง ส่วนใหญ่ให้การสนับสนุน นางสาวแพทองธาร ชินวัตร และพรรคเพื่อไทย (397/1,414)
ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตอีกว่า กลุ่มที่มีอุดมการณ์ทางการเมือง เป็นกลาง นั้น เป็นกลุ่มที่ยังตัดสินใจไม่ได้หรือยังไม่ได้ตัดสินใจ ว่าจะสนับสนุนใคร เป็นสัดส่วนที่มากที่สุด ถึงร้อยละ 11.32 ขณะที่ ค่อนไปทางเสรีนิยม และ ค่อนไปทางอนุรักษ์นิยม มีสัดส่วนเพียงร้อยละ 4.82 และ 5.94 ตามลำดับ
คนเมือง-คนชนบท สนับสนุนใครบ้าง ?
ผลการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า ขณะที่ผู้ตอบแบบสำรวจออนไลน์ ซึ่งอาศัยอยู่ใน เขตเมือง ให้การสนับสนุน นางสาวแพทองธาร ชินวัตร และพรรคเพื่อไทย และ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และพรรคก้าวไกล ในสัดส่วนที่เท่ากัน (348/1,714) แต่ก็ชัดเจนว่า เขตชนบท นั้น ส่วนใหญ่ให้การสนับสนุน นางสาวแพทองธาร ชินวัตร และพรรคเพื่อไทย (481/1,183)
อะไรคือปัจจัยที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ใช้-ไม่ใช้ ในการตัดสินใจ ?
ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจน ว่า นโยบาย และ จุดยืนทางประชาธิปไตย ทั้งของพรรคการเมืองและตัวผู้สมัครเอง เป็นปัจจัยที่ผู้ตอบแบบสำรวจออนไลน์ ใช้ในการตัดสินใจ นั่นหมายความว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายของการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งนี้ พรรคการเมืองและผู้สมัครรับเลือกตั้ง จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับทั้ง 2 ปัจจัย
ในทางตรงกันข้าม เงิน/ผลประโยชน์เพื่อการซื้อเสียง หรือแม้แต่ ความสัมพันธ์ส่วนตัว นั้นมีอิทธิพลน้อยมากในการตัดสินใจ โดยที่อิทธิพลของทั้ง 2 ปัจจัยนี้ มีแนวโน้มน้อยลงเรื่อยๆ อย่างมีนัยสำคัญ สวนทางกับ รายได้ ของผู้ตอบแบบสำรวจออนไลน์ เช่นเดียวกับที่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ ระหว่างผู้ตอบแบบสำรวจออนไลน์ที่อาศัยอยู่ใน เขตชนบท ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้มากกว่าใน เขตเมือง
อย่างไรก็ดี จุดยืนต่อ ม.112 ของพรรค และ ความน่าจะเป็นที่พรรคจะได้ร่วมรัฐบาล ก็เป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของผู้ตอบแบบสำรวจออนไลน์ อยู่ไม่น้อย จุดยืนและท่าทีของพรรคการเมืองต่อ 2 ประเด็นนี้ จึงเป็นสิ่งที่พรรคการเมืองต้องมีความชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในบรรยากาศที่อุณหภูมิทางการเมืองร้อนแรงยิ่งขึ้นเรื่อยๆ นี้
ความชัดเจนและแนวโน้มของผลการเลือกตั้ง ณ วันนี้ ?
ผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากการสำรวจความคิดเห็นออนไลน์ครั้งนี้ ตอกย้ำให้เห็นว่า ณ วันนี้ (3 สัปดาห์ก่อนการเลือกตั้ง) พรรคเพื่อไทย ยังคงได้รับความนิยมและการสนับสนุนทางการเมือง สูงที่สุด
อย่างไรก็ดี ต้องยอมรับว่า "พรรคก้าวไกล" ก็ได้รับความนิยมและการสนับสนุนทางการเมืองสูงขึ้นเรื่อยๆ จนกลายมาเป็นขู่แข่งสำคัญที่เข้ามา "ตัดคะแนนกันเอง" รวมถึงเป็นอุปสรรคที่มีแนวโน้มจะทำให้ยุทธศาสตร์แลนด์สไลด์ของพรรคเพื่อไทย ไม่อาจเกิดขึ้นได้จริง จนไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวอย่างที่ได้พยายามรณรงค์ในการหาเสียงเลือกตั้งได้ รัฐบาลที่น่าจะเกิดขึ้นในครั้งนี้ จึงมีความน่าจะเป็นว่าจะเป็น "รัฐบาลผสม" อย่างแน่นอน
แนวโน้มที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งก็คือ พรรคพลังประชารัฐ เริ่มกลับมาได้รับความนิยมและการสนับสนุนทางการเมืองสูงขึ้นอีกครั้ง สูงกว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ กลับมาเป็นแกนนำของกลุ่มอนุรักษ์นิยมอ่อนๆ ค่อนมาทางเป็นกลาง ด้วยการนำเสนอนโยบาย "ก้าวข้ามความขัดแย้ง" อย่างต่อเนื่อง
แม้ผลการสำรวจความคิดเห็นออนไลน์ครั้งนี้ จะไม่ได้ชี้ว่าโดยภาพรวม แนวโน้มที่จะเกิดความขัดแย้งหลังการเลือกตั้ง เป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจในระดับมาก แต่ราว 1 ใน 4 ของผู้ตอบแบบสำรวจออนไลน์ก็ยอมรับว่ามันมีอิทธิพลต่อพวกเขาอยู่มาก ขณะที่ราว 1 ใน 3 ก็ยอมรับว่ามันมีอิทธิพลอยู่พอสมควร มีเพียงราว 1 ใน 5 เท่านั้น ที่ไม่คิดว่ามันมีอิทธิพลใดๆ เลย
"ฉากทัศน์ที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมากต้องการให้เป็น"คือ พรรคเพื่อไทย จับมือร่วมกับ พรรคก้าวไกล และพรรคร่วมฝ่ายค้านเดิม จัดตั้งรัฐบาล มีความน่าจะเป็นที่จะสามารถรวมเสียงในสภาผู้แทนราษฎรได้ราว ร้อยละ 60 หรือประมาณ 300 คน อย่างไรก็ดี เนื่องจากจำนวนดังกล่าวยังไม่ถึง 376 คน ซึ่งเป็นเงื่อนไขในการเลือกแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีได้ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ
"ฉากทัศน์ที่น่าจะเป็น" โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภายใต้เงื่อนไขที่ค่อนข้างชัดเจนแล้ว ว่าพรรคเพื่อไทยจะไม่ได้รับการเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ และไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้ คือการที่ พรรคเพื่อไทย ต้องจับมือร่วมกับ พรรคพลังประชารัฐ และพรรคการเมืองอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่ง เพื่อให้ได้คะแนนเสียงเพียงพอในการจัดตั้งรัฐบาล และเลือกแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีได้ต่อไป