เนชั่นทีวี

การเมือง

"บิ๊กตู่" ยันขอเป็นพรรคหลักในอนาคตเท่านั้น เหตุรัฐบาลผสมปัญหาเยอะ

26 เม.ย. 2566 | sirisak_rue

"บิ๊กตู่" ยันขอเป็นพรรคหลักในอนาคตเท่านั้น เหตุรัฐบาลผสมปัญหาเยอะ

"พล.อ.ประยุทธ์" นำทีม "รวมไทยสร้างชาติ" แถลงนโยบายเศรษฐกิจแก้ปัญหาปากท้องประชาชน ขอเป็นพรรคหลักในอนาคต เหตุรัฐบาลผสมปัญหาเยอะ ยันนโยบายรทสช.ทำได้จริง

26 เมษายน 2566 พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) จัดแถลงข่าวประเด็น "ประชาชนจะได้อะไรจากนโยบายพรรครวมไทยสร้างชาติ" นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายก​รัฐมนตรี​และ​รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​กลาโหม​ ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรคฯ พร้อมแกนนำพรรค ประกอบด้วย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ หัวหน้าพรรค​ นายจุติ ไกรฤกษ์ นายอนุชา นาคาศัย พล.ต.นายแพทย์เหรียญทอง แน่นหนา​ เพื่อเป็นการย้ำจุดแข็งและจุดขายของนโยบายพรรค

"บิ๊กตู่" ยันขอเป็นพรรคหลักในอนาคตเท่านั้น เหตุรัฐบาลผสมปัญหาเยอะ

พล.อ.ประยุทธ์​ กล่าวว่า เป็นการเปิดตัวแถลงนโยบายหลักของพรรครวมรวมไทยสร้างชาติ ว่าจะทำงานอะไรอย่างไรบนพื้นฐานของอะไร ในฐานะประธานยุทธศาสตร์ของพรรครวมไทยสร้างชาติ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามสิ่งที่เราทำกันมาแล้วหลายปี​ หลาย​อย่างก็สำเร็จและหลายอย่างยังไม่สำเร็จ และอยู่ระหว่างการดำเนินการมีปัญหาอุปสรรคมากมาย​ แต่ประเทศไทยของเรามีคน 70 กว่าล้านคน​ มีพื้นที่กว่า 5 แสนตารางกิโลเมตร​ ไม่ใช่เล็ก​ ไม่ใช่ใหญ่

แต่จะทำอย่างไรให้ทุกคนมีรายได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น​ โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และพรรคทำงานที่จะต้องมีระบบมีวิธีคิดให้คำนึงถึงทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่พูดไปแล้วไม่มีวิธีทำอย่างนั้นไม่ได้ยึดระเบียบกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบันรวมความไปถึง อะไรที่ต้องแก้ไข

​โดยตนเองมีวิสัยทัศน์และเป็นวิสัยทัศน์ที่ทำมาแล้ว​คือมั่นคง ​มั่งคั่ง อย่างยั่งยืน จะเห็นว่าการวาดภาพอนาคตว่าอนาคตข้างหน้าในอีกกี่ปี เราจะมีพื้นฐานอยู่บนความมั่นคงในทุกมิติ และเรื่องความมั่งคั่งของประชาชนทุกกลุ่ม​ ทุกฝ่าย​ ทุกวิชาชีพ​ ทุกรายได้ยั่งยืนไม่ใช่ทำปุ๊บปั๊บ​ แล้วไม่ทำโครงสร้างต่างให้ดีขึ้น​ ให้เกิดการพัฒนาต่อเนื่อง​ ก็จะไปไม่ได้อยู่ดี​ ไม่เกิดความยั่งยืน 

"บิ๊กตู่" ยันขอเป็นพรรคหลักในอนาคตเท่านั้น เหตุรัฐบาลผสมปัญหาเยอะ

ทั้งนี้ อยากให้พรรคเป็นพรรคหลักในอนาคต ถ้าสามารถที่จะเข้ามาในสภาฯได้มาก ก็สามารถดำเนินการตรงนี้ได้ ให้ดีขึ้นกว่าเดิม​ เพราะการเลือกตั้งเราได้รัฐบาลผสมหลายพรรค พอแล้วตั้งขึ้นมา​ แต่ละพรรคก็มีนโยบายของตัวเอง​ เหมือนกับนักฟุตบอลต่างสโมสรมาเข้าทีมแข่งขัน ทีมชาติก็ย่อมมีปัญหา เวลาการประชุมอะไรต่าง ๆ ก็ต้องนำคำนึงถึงนโยบายพรรคด้วย จึงขอร้องให้ทุกคนมองถึงนโยบายของรัฐบาลด้วย เพราะเป็นนโยบายถึงภาพรวม

นอกจากนี้ แต่ละพรรคมีนโยบาย แต่ตนจะไม่ไปแตะต้องอะไรทั้งสิ้น​ เรื่องนโยบายพรรคอื่น​ แต่คาดหวังว่า​หากได้เป็นรัฐบาลจะต้องคิดให้รอบคอบให้อยู่ในกรอบ ฉะนั้นประเด็นที่ควรจะคิดกันต่อไปในเรื่องอภิปรายกำหนดนโยบายต่าง ๆ จะต้องหาคำตอบให้ได้ว่าเป้าหมายนโยบายคืออะไร และผลที่ต้องการคืออะไร ไม่ใช่มีนโยบายออกไปแล้วหาเงินไม่ได้มันทำไม่ได้หรอก แล้วใครจะได้ประโยชน์ใครจะได้รับผลกระทบมีผลข้างเคียงอะไรอย่างไร 

"บิ๊กตู่" ยันขอเป็นพรรคหลักในอนาคตเท่านั้น เหตุรัฐบาลผสมปัญหาเยอะ

พล.อ.ประยุทธ์​ กล่าวว่า นี่คือบุคลากรที่มีคุณภาพทั้งสิ้น​ ทั้งทำแล้ว​ ทำอยู่แล้ว​ ซึ่งมีโอกาสที่จะทำต่อ หลายท่านยังทำงานอยู่ในพื้นที่ ซึ่งพรรครวมไทยสร้างชาติไม่ใช่พรรคที่มีเฉพาะคนอายุเยอะ ๆ โดยมีทุกช่วงวัย ซึ่งประเทศไทยมีหลายช่วงวัย​ เราดูแลคนทุก ๆ วัยอยู่​ นี่คือประเทศไทยของเรา ประชาชนของเรา​ หากรอฟังเฉพาะให้ไอ้นี่ได้​ ไอ้นั่น​ได้​ แล้ว​ไม่ต่อเนื่อง​ ไม่ยึดโยงกับสิ่งที่ตนพูด​ จะทำให้ทุกอย่างไปต่อไม่ได้ เราต้องระมัดระวังในการบริหารราชการแผ่นดิน เราจะต้องทำในสิ่งที่ทำได้​ ทำให้เป็น​ ทำให้ถูก​ ทำให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย​ ตรงกับสิ่งที่ประชาชนเรียกร้องให้ได้มากที่สุด 

"สิ่งเหล่านี้เป็นนโยบายที่เกิดขึ้นได้จริงมีการหาข้อมูลสำรวจเป็นข้อมูลจากหลายภาคส่วน และมาช่วยกันดูที่ใช้วิธีการอย่างไร​ และจะใช้งบประมาณเท่าใด​ มีเงินหรือไม่​ และจะหาเงินอย่างไร​ มาจากที่ไหน พร้อมยืนยันว่านโยบายที่แถลงในวันนี้สามารถทำได้อย่างแน่นอน" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

"บิ๊กตู่" ยันขอเป็นพรรคหลักในอนาคตเท่านั้น เหตุรัฐบาลผสมปัญหาเยอะ

ขณะที่ นายพีระพันธุ์​ กล่าวถึงนโยบายของพรรคว่า​ นโยบายที่สกัดออกมาในวันนี้​ ได้สะท้อนออกมาจากหลักคิด ได้ดำเนินการทางการเมืองอย่างเป็นทางการ โดยการกำหนดนโยบายต้องคำนึงถึงผลกระทบสะท้อนสถานะต่าง ๆ ต่อบ้านเมืองไม่ใช่เพียงแต่กำหนดนโยบายเพื่อให้ได้คะแนนเสียง หรือเกทับบลัฟกัน สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องมีความรับผิดชอบต่อการเมืองและการบริหารราชการแผ่นดิน และรับผิดชอบต่อสถานการณ์เศรษฐกิจและความเชื่อถือของประเทศ

โดยนโยบายพร้อมทำ คือ เพิ่มสิทธิ์บัตรสวัสดิการพลัส เป็น 1,000 บาทต่อเดือน และใช้สิทธิ์ฉุกเฉินได้อีก 10,000 บาทต่อคน​ ลดหย่อนภาษีค่ารักษาพยาบาลตนเองและพ่อแม่รวมสูงสุด 60,000 บาท​ ตั้งกองทุนฉุกเฉินประชาชนวงเงิน 30,000 ล้านบาท เบียร์ตอบแทนอพปร. คนละ 1,000 บาทต่อเดือน​ คืน 30% เงินสมทบชราภาพผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ออมเงินพร้อมลดหย่อนภาษีด้วยกองทุน LTF แก้หนี้​ แช่แข็งหนี้ปลดหนี้ด้วยงาน​ ลดต้นทุนเกษตรกรปุ๋ย​ น้ำมัน​ ไฟฟ้า​ ราคาถูก รื้อกฎหมายที่รังแกประชาชน​ และเป็นอุปสรรคการทำกิน​ ไม่เลิกเงินบำนาญ​ให้ข้าราชการเบิกเงินสมทบ​กบข.ได้ก่อน 30%

ขณะที่นโยบายด้านแรงงาน​ คืนเงินสะสมชราภาพผู้ประกันตนเพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้แก่แรงงานสูงสุด 30% และยังเป็นการเคลื่อนไหวอิสระในการบริหารมากขึ้น เพิ่มสิทธิ์ด้านการเงินดูแลบุตรให้แก่ผู้ประกันตนสูงสุด 1,000 บาทตั้งแต่เกิดจนถึงอายุ 10 ปีเงินบำนาญชราภาพ 10,000 บาทเพิ่มความมั่นคงหลังเกษียณ สร้างโรงพยาบาลประกันสังคมเพื่อผู้ใช้แรงงานให้เข้าถึงการบริการที่รวดเร็วเท่าเทียมและทั่วถึง

ข่าวล่าสุด