4. คน Gen Z แสดงออกถึงการเลือกพรรคเดียวทั้ง ส.ส. เขต และ ส.ส. บัญชีรายชื่อ ในทุกพรรคที่ตัดสินใจเลือก
5. พรรคก้าวไกล คะแนนนิยมของคน Gen Z ต่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ มีร้อยละ 29.2 ทว่าคะแนนนิยมเลือก ส.ส. เขตของพรรคเพิ่มเป็น ร้อยละ 38.1 และเพิ่มขึ้นอีกเมื่อตัดสินใจเลือก ส.ส.บัญชีรายชื่อเป็น ร้อยละ 39.2 (หรือราว 2.55 ล้านเสียงของคน Gen Z ที่คาดว่ามาใช้สิทธิเลือกตั้ง ร้อยละ 85.1 หรือราว 6.52 ล้านคน)
6. พรรคเพื่อไทย คะแนนนิยมของคน Gen Z ต่อ นางสาวแพรทองธาร ชินวัตร มีร้อยละ 23 แต่คะแนนนิยมเลือก ส.ส. เขตของพรรคเพิ่มเป็น ร้อยละ 24.4 แต่ลดลงเมื่อตัดสินใจเลือก ส.ส.บัญชีรายชื่อเหลือ ร้อยละ 21.9 (หรือราว 1.43 ล้านเสียงของคน Gen Z ที่คาดว่ามาใช้สิทธิเลือกตั้ง ร้อยละ 85.1 หรือราว 6.52 ล้านคน)
7. พรรครวมไทยสร้างชาติได้รับความนิยมจากคน Gen Z ร้อยละ 0.9 (9 คน)
8. พรรคพลังประชารัฐได้รับความนิยมจากคน Gen Z ร้อยละ 0.5 (5 คน)
9. คน Gen Z ยังไม่ตัดสินใจเลือก ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคการเมืองใด ร้อยละ 25.5 (268 คน) หรือราว 1.66 ล้านเสียงของคน Gen Z ที่คาดว่าจะมาใช้สิทธิเลือกตั้ง
10. คน Gen Z (อายุ 18-26 ปี) มีสิทธิเลือกตั้ง 7.67 ล้านคน หากคาดว่ามาใช้สิทธิอย่างแน่นอนร้อยละ 85.1 ก็ประมาณได้ว่าจะมีคน Gen Z มาใช้สิทธิเลือกตั้งเบื้องต้นราว 6.52 ล้านคน
11. คน Gen Z ร้อยละ 51.5 จะรณรงค์ให้คนในครอบครัวมาเลือก ส.ส. เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ตามแนวที่ตนชื่นชอบ ซึ่งมีแนวโน้มว่า คน Gen X (อายุ 44-58) และ Baby Boomer (อายุ 59 ขึ้นไป) ที่เป็นพ่อแม่ของคน Gen Z กลุ่มนี้ จะหันมาเลือกตามความนิยมของลูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนในต่างจังหวัด