ประธานที่ปรึกษาฯ ยังได้กล่าวถึงความสิ้นศรัทธา ในเรื่องสิทธิมนุษยชนที่เป็นหน้าที่ของรัฐบาลถัดไป ในการกอบกู้ศักดิ์ศรีของประชาชนให้มีสิทธิ์เสรีในการแสดงความคิดเห็น รวมถึงการเกณฑ์ทหารที่ต้องเป็นระบบสมัครใจ เพื่อสร้างทหารอาชีพ ให้มีขอบเขตการทำงานที่ชัดเจน คืนเกียรติให้กับกองทัพ และแก้ไขกระบวนการยุติธรรมที่บิดพลิ้ว คืนศักดิ์ศรีให้ประชาชนที่ถูกดำเนินคดีอย่างไม่เป็นธรรม สร้างความเสมอภาคในสังคม ภายใต้รัฐบาลใหม่ของพรรคเพื่อไทย
สุดท้าย ขอฝากให้ว่าที่ผู้ประสงค์ลงสมัคร ส.ส. ทุกท่านเป็นตัวแทน นำนโยบายพรรคเพื่อไทย ไปเสนอให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ต่างๆ อย่างจริงใจ พร้อมอวยพรให้ทุกท่านได้ชนะเลือกตั้ง และทำให้พรรคเพื่อไทยได้จัดตั้งรัฐบาล
ทั้งนี้ นายเศรษฐา กล่าวภายหลังมอบนโยบายให้ผู้สมัครส.ส.ว่า ยอมรับว่าหลายนโยบายเศรษฐกิจ ที่เพิ่งประกาศใหม่ต้องใช้เงิน แต่จะใช้อย่างเป็นขั้นตอน ที่จะใส่เงินลงไปและมีผลกลับมาผ่านการเก็บภาษี เมื่อประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้นก็สามารถจ่ายภาษีได้ ซึ่งจะเป็นรายรับของรัฐบาล แต่บางส่วนอาจจะต้องจ่ายไปก่อน ซึ่งนโยยายเหล่านี้จะสามารถทำได้ทันทีหลังจัดตั้งรัฐบาล และผ่านการรับรองจากรัฐสภา
พร้อมย้ำว่านโยบายของพรรค ไม่ได้มีแค่นโยบายที่ต้องใช้เงิน เช่น นโยบายการเกษตร ที่จะนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อบดค่าใช้จ่ายเป็นการเพิ่มรายได้อีกทางโดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มเม็ดเงินลงไป ส่วนนโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล และเติมเงินรายได้ขั้นต่ำของครอบครัว 20,000 บาท/เดือน จะประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมหลังการยุบสภา
ด้านนางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากนี้จะหาว่าครอบครัวใดที่มีรายได้ไม่ถึง 20,000 บาท เพื่อเติมเงินให้ดำเนินชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถเสียภาษีกลับมาให้รัฐได้ เพราะไม่สามารถใส่เงินลงไปที่จุดเดียวแล้วแก้ปัญหาวันต่อวัน ซึ่งถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งระบบ