แผนของ วอลช์ ช่วยให้ เดอเบิร์ก ทำระยะในการขว้าง และเปอร์เซนต์คอมพลีทอยู่ในลำดับต้น ๆ ของลีก
แต่เจ้าตัวก็โดดเด่นได้ไม่นาน เมื่อในปี 1979 วอลช์ เลือกเทรด โจ มอนตานา ควอเตอร์แบ็กดาวรุ่งจากนอเตรเดมมาสู่ทีม
หลังเสียตำแหน่งให้ มอนตานา เดอเบิร์ก ก็ถึงคราวชีพจรลงเท้าอีกครั้ง คราวนี้ เขาถูกเทรดไปอยู่ เดนเวอร์ บรองโกส์ เพื่อเป็นแบ็กอัพให้ เคร็ก มอร์ทัน ซึ่งใกล้ปลดระวางในปี 1981
ตลกร้าย คือแม้จะหนีจาก มอนตานา ที่ โฟร์ตีไนเนอร์ส มาได้ เดอเบิร์ก ก็เจอชะตากรรมซ้ำรอยเดิมที่นี่ เมื่อ แดน รีฟส์ เฮดโค้ชที่เคยร่วมงานกันสั้น ๆ ที่ ดัลลัส ดราฟท์อีกหนึ่งสุดยอดควอเตอร์แบ็ก จอห์น เอลเวย์ มาสู่ทีมในปี 1983
เดอเบิร์ก มีโอกาสเป็นตัวจริง 5 นัดในตอนต้นฤดูกาล และแม้จะมีสถิติ 4-1 แต่สุดท้าย รีฟส์ ก็เลือกให้โอกาส เอลเวย์ มากกว่า และจบลงด้วยการถูกเทรดให้ แทมปา เบย์ บัคคาเนียร์ส ตอนปิดฤดูกาล
ที่ แทมปา เดอเบิร์ก ในวัย 30 ปี ได้รับโอกาสเล่นเป็นตัวจริงสม่ำเสมอมากขึ้น และมีผลงานดีพอตัว แต่เมื่อมาตรฐานของทีมโดยรวมไม่เอื้อให้เขาคนเดียวพาทีมสู่ชัยชนะได้
การถูกควอเตอร์แบ็กรุ่นน้องเบียดแย่งตำแหน่งตัวจริงได้ ยังเป็นปัญหาของ เดอเบิร์ก เมื่อเขาถูก สตีฟ ยัง แย่งตำแหน่งไปได้ในช่วงกลางฤดูกาล 1986
แม้จะกลับมาเป็นตัวจริงได้ เมื่อ ยัง ย้ายไป โฟร์ตีไนเนอร์ส ตอนจบฤดูกาล แต่ในปีถัดมา เขาก็ถูกแทนที่โดย วินนี เทสตาเวอร์ดี ในช่วงกลางฤดูกาลอีกครั้ง
ในปี 1988 เดอเบิร์ก ย้ายไปเล่นกับ แคนซัส ซิตี้ ชีฟส์ และนี่เป็นครั้งแรกที่เจ้าตัวได้ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ และพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นจอมทัพฝีมือดี ด้วยการนำทีมผ่านเข้าสู่รอบเพลย์ออฟสำเร็จ
ในช่วงปลายของชีวิตอาชีพ เดอเบิร์ก ถูกเทรดกลับไป บัคคาเนียร์ส อีกครั้งในปี 1992 ตามด้วย ไมอามี ดอลฟินส์ ในปีถัดมา ก่อนตัดสินใจเลิกเล่นเป็นครั้งแรก ในวัย 39 ปี
เฮือกสุดท้ายของเสือเฒ่า
หลังเลิกเล่นไปเกือบ 5 ปี เดอเบิร์ก กลับมาเล่นอีกครั้งในปี 1998 ขณะอายุ 44 ปี
และคนที่ดึงเขากลับมา ก็คือ แดน รีฟส์ เฮดโค้ชที่เคยร่วมงานกัน ที่ ดัลลัส และ เดนเวอร์ มาก่อนนั่นเอง
บทบาทของ เดอเบิร์ก ในครั้งนี้คืองานถนัดของเจ้าตัว คือเป็นแบ็กอัพให้ คริส แชนด์เลอร์ ที่ แอตแลนตา ฟอลคอนส์
25 ตุลาคม 1998 คือเกมที่เจ้าตัวสร้างสถิติเป็นควอเตอร์แบ็กอายุมากที่สุด ที่ได้ลงเล่นเป็นตัวจริง ในการพบกับ นิวยอร์ค เจ็ตส์ ซึ่งขณะนั้นมี บิล บิลลิชิค เป็นโค้ชทีมรับ
เดอเบิร์ก ในวัย 44 ปี 279 วัน เจอเกมรับอันดุดันของ เจ็ตส์ เล่นงานจนเสียถึงสามแซ็ค และแพ้ไป 3-28 ขว้างเข้าเป้าเพียง 9 จากทั้งหมด 20 ครั้ง ได้ 117 หลา เสีย 1 อินเตอร์เซปต์
จากนั้น เดอเบิร์ก กลับมาเล่นสั้น ๆ และขว้างทัชดาวน์สุดท้ายในชีวิตของตน ให้ทีมชนะ ไมอามี ดอลฟินส์ ขณะอายุได้ 44 ปี 342 วัน เมื่อ 27 ธันวาคม
เดอเบิร์ก ยังเป็นผู้เล่นอายุมากที่สุดที่อยู่ในทีมชุดเข้าชิงซูเปอร์โบว์ล หรือราวสองสัปดาห์หลังอายุครบ 45 ปี แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้สัมผัสกับความสำเร็จ เพราะ เดนเวอร์ บรองโกส์ แชมป์เก่า ซึ่งนำโดย เอลเวย์ อดีตรุ่นน้องของเจ้าตัว ป้องกันตำแหน่งไว้ได้อีกสมัย
สถิติด้านอายุอื่น ๆ ที่ เบรดี ไม่อาจทำลาย
นอกจากสถิติของ เดอเบิร์ก แล้ว ยังมีสถิติ NFL อีกสองเรื่องที่ เบรดี จะหมดโอกาสทำลายเช่นกัน หลังตัดสินใจเลิกเล่น
นั่นคือการเป็นผู้เล่นอายุมากที่สุดที่ขว้างเข้าเป้าของ จอร์จ แบลนดา ที่ทำไว้ในปี 1975 ขณะอายุได้ 48 ปี 95 วัน
แบลนดา ยังเป็นผู้เล่นอายุมากสุดที่ขว้างทัชดาวน์สำเร็จ ให้ เรดเดอร์ส ในเกมพบ คาวบอยส์ เมื่อ 14 ธันวาคม 1974 ขณะอายุ 47 ปี 88 วันด้วย
ใครบ้างมีโอกาสทำลายสถิติ เดอเบิร์ก
คำถามคือยังมีผู้เล่นคนไหนที่มีโอกาสทำลายสถิติของ เดอเบิร์ก ภายในสิบปีนับจากนี้?
คนแรก คือ ไรอัน ฟิทซ์แพทริค ซึ่งจะอายุครบ 40 ปี ในเดือนพฤศจิกายน
ปัญหาของ ฟิทซ์แพทริค คือสัญญาของเจ้าตัวกับ วอชิงตัน กำลังจะหมดอายุหลังจบฤดูกาล และมีอาการบาดเจ็บสะโพกเรื้อรัง
อย่าว่าแต่การประคองตัวเล่นต่อไปอีกห้าปี บางที ฟิทซ์แพทริค อาจจะต้องประกาศเลิกเล่นตาม เบรดี ไปเมื่อจบฤดูกาลนี้ด้วยซ้ำ
ถัดมาคือ แอรอน ร็อดเจอร์ส ซึ่งเพิ่งอายุ 38 ปี เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา
การจะเล่นต่อไปอีกเจ็ดปี เพื่อทำลายสถิติของ เดอเบิร์ก อาจขึ้นกับว่าเจ้าตัวจะเลือกอนาคตของตัวเองอย่างไร ในฐานะฟรีเอเจนต์ หลังหมดสัญญากับ กรีนเบย์ แพ็คเกอร์ส ตอนจบฤดูกาล ซึ่งอาจเป็นประเด็นน่าสนใจมากกว่าด้วยซ้ำ
เพราะทางเลือกของเจ้าตัว มีตั้งแต่ต่อสัญญาใหม่กับ แพ็คเกอร์ส ย้ายตาม เนธาเนียล แฮคเกตต์ ไป เดนเวอร์ บรองโกส์ หรืออาจมีทีมอื่น ๆ ติดต่อเข้ามาให้พิจารณา
เทียบกับทั้งสองคนแล้ว แม็ตต์ ไรอัน ซึ่งจะอายุครบ 37 ปี ในเดือนพฤษภาคม อาจมีโอกาสมากที่สุด
จอมทัพของ แอตแลนตา ฟอลคอนส์ มีผลงานสม่ำเสมอมาตลอด และรักษาสภาพร่างกายไว้ได้อย่างดีเยี่ยม เพียงแต่เป้าหมายหลักของเจ้าตัวอาจไม่ได้อยู่ที่การทำลายสถิติของ เดอเบิร์ก ทว่า เป็นการคว้าแหวนซูเปอร์โบว์ลให้ได้ซักวงมากกว่า หลังปล่อยโอกาสนั้นหลุดมือไปเมื่อหกปีก่อน
การดูแลร่างกายให้ดี และมีโชคช่วยซักเล็กน้อย คือสิ่งที่ เดอเบิร์ก ว่าไว้ตั้งแต่ตอนที่ เบรดี ยังมีโอกาสทำลายสถิติของตน
"และยิ่งคุณประสบความสำเร็จมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีเรื่องอื่นแทรกเข้ามาให้ไขว้เขวได้ง่ายขึ้นเท่านั้น"
"สำหรับผม คนที่เป็นตำนานจริง ๆ คือคนที่สามารถพัฒนาตัวเองต่อไปเรื่อย ๆ ได้ แม้จะอยู่ในช่วงปลายอาชีพการเล่นแล้วก็ตาม"
--------------------
SOURCE