พายุทรายซัดถล่มจีนแผ่นดินใหญ่
เมื่อวันอาทิตย์ 25 กรกฎาคม ชาวจีนในนครตุนฮวง มณฑลกานซู่ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศจีน ต้องเผชิญกับพายุทรายที่มีขนาดมหึมาราวกับกำแพงยักษ์สูงเสียดฟ้าพัดถล่มปกคลุมทั่วทั้งเมืองจนบรรยากาศมืดฟ้ามัวดิน บดบังทัศนวิสัยในการขับขี่จนเหลือน้อยกว่า 5 เมตร เรียกได้ว่าแทบไม่เห็นรถที่อยู่ข้างหน้าเราเลยทีเดียว ซึ่งนับว่าส่งผลร้ายที่อันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นอย่างยิ่ง ไม่เพียงเท่านั้น พายุทรายที่พัดโหมกระหน่ำในแต่ละครั้งไม่ได้พัดพามาแค่ทรายหรือฝุ่นเท่านั้น แต่ยังหอบนำพาเชื้อโรคและไวรัสต่างๆที่ลอยฟุ้งในอากาศตามมาด้วย ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่าส่งผลร้ายอันตรายต่อสุขภาพ
ทางด้านนครตุนฮวงเอง แม้จะตั้งอยู่ในทะเลทรายโกบี ที่ขึ้นชื่อเรื่องสภาพอากาศสุดหฤโหด แต่โดยปกติแล้วในช่วงเวลาดังกล่าว (ฤดูร้อน ปลายเดือนกรกฎาคม) มักจะไม่เกิดพายุทราย พายุทรายมักจะเกิดขึ้นแค่เฉพาะในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมเท่านั้น ทางด้านผู้เชี่ยวชาญระบุว่าสภาพอากาศแปรปรวนดังกล่าว สืบเนื่องมาจากภูมิอากาศร้อนและแห้งผิดปกติที่เกิดขึ้นกับโลก
ไฟป่าผลาญไซบีเรีย
ไซบีเรีย หนึ่งในพื้นที่สุดหนาวเย็นในประเทศรัสเซีย ต้องเผชิญกับไฟป่าที่ผู้เชี่ยวชาญประมาณการว่ากินพื้นที่กว้างถึง 161,300 ตารางกิโลเมตร และอาจเป็นไฟป่าครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลกเท่าที่เคยมีการบันทึกมา แม้คนท้องถิ่นจะมองว่าไฟป่าในพื้นที่เป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นทุกปี แต่จากสถิติข้อมูลดาวเทียมบ่งชี้ว่า ไฟป่าไซบีเรียกำลังแผ่ขยายวงกว้างขึ้นอย่างมหาศาล และทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นทุกขณะ โดยพื้นที่ซึ่งเกิดเพลิงไหม้ในเขตไซบีเรียปี 2021 ที่ผ่านมา มีขนาดใหญ่กว่าบริเวณที่เกิดไฟป่าทั่วโลกในขณะนั้นมารวมเข้าด้วยกันเสียอีก
การเกิดไฟป่ารุนแรงในเขตอากาศหนาวจัดอย่างไซบีเรียเช่นนี้ สะท้อนถึงสถานการณ์ปัจจุบันของภาวะโลกร้อนที่ยิ่งเลวร้ายลงทุกที ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ประเทศรัสเซียมีอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆเป็นสถิติ และนักวิทยาศาสตร์จำนวนมากยังระบุว่า เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลกที่ไม่ปกติ
ไฟป่าผลาญไซบีเรียในครั้งนี้ มีความรุนแรงและกินพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง และส่งผลให้สภาพภูมิอากาศบริเวณใกล้เคียงเกิดความวิปริตแปรปรวนด้วยเช่นกัน ซึ่งมีรายงานแล้วว่า ที่ยอดเขาของกรีนแลนด์ เกิดฝนตกลงมาแทนหิมะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ซึ่งอาจเป็นผลจากภาวะโลกร้อนและไฟป่าครั้งใหญ่ในไซบีเรียครั้งนี้ก็เป็นได้
ยุโรปอ่วม น้ำท่วมใหญ่
ช่วงกลางปี 2021 ที่ผ่านมา ในยุโรปเกิดน้ำท่วมใหญ่ที่เรียกได้ว่าแทบจะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยเป็นผลพวงสืบเนื่องมาจากฝนที่ตกลงมาถล่มอย่างหนัก พายุสุดรุนแรง จนทำให้แม่น้ำหลายสายเอ่อล้นทะลักและไหลท่วมอาคารบ้านเรือนแถมการสื่อสารยังถูกตัดขาด อุทกภัยใหญ่ครั้งนี้กินพื้นที่ลากยาวตั้งแต่ประเทศเยอรมนี เบลเยี่ยม สวิตเซอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ และลักเซมเบิร์ก มีผู้สูญหายถึงอย่างน้อย 1,300 ราย และเสียชีวิตมากกว่า 100 ราย
ด้านผู้นำชาติยุโรป ต่างกล่าวโทษว่าเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ดังกล่าวเกิดจากสภาพอากาศที่แปรปรวนอย่างรุนแรง ที่สืบเนื่องมาจากสภาพอากาศเปลี่ยนและภาวะโลกร้อน ส่วนทางด้านผู้เชี่ยวชาญก็ระบุเช่นเดียวกันว่าภาวะโลกร้อน ทำให้เกิดฝนตกหนักมากผิดปกติ ซึ่งถ้าหากนับตั้งแต่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม ในปัจจุบันอุณหภูมิของโลกอุ่นขึ้นราวๆ 1.2 องศาเซลเซียส
พายุลูกเห็บถล่มพะเยา
บ้านเราเองก็มีเหตุการณ์วิกฤตชวนว้าวด้วยเช่นกัน ในช่วงเย็นวันที่ 20 มกราคม 2022 ที่ผ่านมา เกิดลมพัดกระโชกแรงพายุลูกเห็บตกที่อำเภอภูกามยาว จังหวัดพะเยา ส่งผลให้ลูกเห็บกระจายไปทั่วบริเวณ พร้อมเกิดหมอกปกคลุมขาวโพลนคล้าย สร้างความฮือฮาให้กับผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก นับว่าเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นช่วงฤดูหนาวที่มีฝนและลูกเห็บตก
นอกจากนี้ผลพวงจากฝนและลูกเห็บยังทำให้สภาพอากาศลดลงอย่างฉับพลัน อุณหภูมิบริเวณนั้นลดลงเหลือเพียง 15-17 องศาฯเท่านั้น แถมยังส่งผลให้เสาไฟฟ้าหักโค่นร่วม 30 ต้น กระแสไฟฟ้าดับไปทั่วบริเวณ
ความแปรปรวนและเลวร้ายของสภาพอากาศในช่วงปีที่ผ่านมาดูจะเริ่มเข้าสู่วิกฤตมากกว่าเดิม แต่นี่อาจเป็นแค่จุดเริ่มต้นที่ธรรมชาติได้ส่งสัญญาณเตือน หากในอนาคตอุณหภูมิโลกยังไม่มีวี่แววว่าจะลดลง เราอาจได้เห็นวิกฤตที่ย่ำแย่กว่าเดิม ความแปรปรวนที่เลวร้ายมากกว่านี้ และอาจส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากขึ้นกว่าเท่าตัว
--------------------
อ้างอิง: