โรคนี้สามารถแพร่ระบาดได้หลายทางตั้งแต่สารคัดหลั่ง อาหารที่กิน หรือแม้แต่ทางอากาศ รวมถึงสามารถเกิดพาหะนำเชื้อทั้งจากเห็บ สุกรป่า แม้แต่เชื้อที่ติดตามเสื้อผ้าอุปกรณ์ของคนเรา นั่นทำให้เชื้อมีอัตราการแพร่ระบาดสูงมาก เมื่อเกิดการติดเชื้อเริ่มขึ้นภายในฟาร์มและชุมชน จึงแทบจะแน่นอนว่ามันจะลุกลามไปทั่วทั้งฟาร์มรวมถึงภายในพื้นที่อย่างรวดเร็ว
บทเรียนและผลกระทบจากการแพร่ระบาดในประเทศเพื่อนบ้าน
โรคอหิวาต์แอฟริกาเกิดการระบาดเป็นวงกว้างในทวีปเอเชียและยุโรปขึ้นครั้งแรกในช่วงปี 2018 เป็นค้นมา เกิดการระบาดวงกว้างภายในปี 2021 ในแถบประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงอีกหลายประเทศในเอเชียตั้งแต่ จีน, เกาหลีใต้, มองโกเลีย ไปจนถึงเกาหลีเหนือ
แน่นอนว่านี่ไม่ใช่โรคที่เกิดขึ้นครั้งแรก แต่เคยถูกตรวจพบเชื้อมาแล้วในหลายประเทศ เช่น ในเกาหลีใต้ที่เคยตรวจพบเชื้อนี้ใน เกี๊ยวหมู และ กุนเชียง ที่นำเข้ามาจากปะเทศจีน เช่นเดียวกับประเทศไทยเองก็เคยตรวจพบเชื้อจากผลิตภัณฑ์เนื้อหมูจากนักท่องเที่ยวชาวจีนเช่นกัน
ส่วนการระบาดเป็นวงกว้างเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2019 โดยเฉพาะประเทศเวียดนามที่เคยเกิดการระบาดอย่างรุนแรงจนผลผลิตเนื้อหมูลดลงเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังระบาดกระจายตัวไปเป็นวงกว้างทั้งในกลุ่มประเทศอาเซียนรวมถึงในเอเชีย ส่งผลกระทบต่อกำลังการผลิตเนื้อหมูลดลงกว่า 20% จากการสั่งทำลายสุกรในฟาร์มและจัดตั้งเขตกักกันเพื่อทำการฆ่าเชื้อ
ในประเทศไทย กรมปศุสัตว์ยังคงยืนยันว่าไม่พบการแพร่ระบาดของโรคนี้ภายในประเทศ ขัดแย้งกับปากคำของเจ้าของฟาร์มที่ต้องเสียหมูจำนวนมากจากโรคระบาด รวมถึงอัตราการตายของฟาร์มหมูที่เพิ่มสูงขึ้นมากอย่างน่าสังเกตในระยะหลัง ชวนให้เกิดการตั้งคำถามว่าไม่มีการแพร่ระบาดเข้ามาของเชื้อตัวนี้ในประเทศจริงหรือไม่?