ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน งานของพนักงานสาขาจะเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ ย้อนไปเมื่อ 10-20 ปีก่อน การทำงานจะเน้น “บริการนำการขาย” ทั้งรับฝาก-ถอนเงิน เปิดบัญชี ให้บริการเรื่องสินเชื่อ แต่มาในช่วงหลังมานี้ กลายเป็น “การขายนำการบริการ” ยิ่งโดยเฉพาะช่วงโควิดแบบนี้ พวกเขาต้องรับผิดชอบงานขายผลิตภัณฑ์และรักษายอดอย่างหนัก ทั้งบัตรเดบิต เครดิต กองทุน รวมถึงประกันที่กำลังเป็นกระเเสในข่าว และถือว่าทำเงินมากที่สุดในบรรดาผลิตภัณฑ์ทั้งหมด
การขายผลิตภัณฑ์เหล่านี้ หากพนักงานขายได้ตามเป้าก็รอดตัวไป ได้ส่วนแบ่งหรือที่เรียกว่าคอมมิสชัน แหล่งข่าววงใน อธิบายว่า เงินที่ได้จากการขายนั้นจะถูกแบ่งเค้กให้ส่วนต่างๆ โดยหักเข้าธนาคารมากที่สุด เพราะถือว่าเป็นต้นสังกัดที่ลงทุนอบรมพนักงาน และส่งสอบเพื่อขอหรือต่อใบอนุญาต เงินส่วนนอกจากนั้น อาจกระจายให้ผู้บริหารระดับสูง ระดับกลาง ระดับล่างตามลำดับขั้น จนถึงพนักงานที่ขาย จะเหลือมาเท่าไรก็แล้วแต่นโยบาย
แล้วถ้ากรณีพนักงานขายไม่ได้ตามเป้าล่ะ จะมีผลยังไง แหล่งข่าววงในเล่าว่า โดยทั่วไปการรับยอดหรือเป้าเพื่อขาย จะถูกแบ่งกันในสาขาว่าแต่ละคนมีหน้าที่ขายเท่าไร หากมีคนในทีมทำไม่ได้ จะมีผลต่อการจัดอับดับสาขา และ มีผลต่อการขึ้นเงินเดือน หรือโบนัสของทุกคนในสาขานั้น นั่นแปลว่า งานขายคือ งานกลุ่มที่ทุกคนต้องสามัคคี และรับผิดชอบร่วมกัน คนที่ขายไม่ได้เท่ากับเป็นหลุมดำ สุดท้ายอาจถูกลงโทษไม่ได้รับการโปรโมต หรือกลายเป็นว่าจะอยู่ลำบากในองค์กร บางคนจึงตัดใจยอมซื้อเองจ่ายเอง เพื่อความอยู่รอดในองค์กร ทั้งที่เงินเดือนก็น้อยนิดอยู่แล้ว จึงไม่แปลกหากอดีตสาวแบงค์คนดังในข่าวจะใช้คำพูดว่า “นี่คือการรีดเลือดกับปู”
ระบบนี้ทำให้มีพนักงานลาออกจำนวนมาก เพราะสภาพแวดล้อมการทำงานกระทบต่อสุขภาพกาย และสุขภาพจิต คนที่ยังอยู่ต้องใช้ความอดทนสูงมาก สามารถเรียกได้ว่า ทั้งอยู่ทน และ ทนอยู่ เพราะแม้ระบบจะกดดัน ทำให้พวกเขาไม่มีความสุขกับการทำงาน แต่อย่างน้อยก็มีสวัสดิการ แหล่งข่าววงในเผยว่า มีพนักงานหลายคนถึงกับต้องไปปรึกษาจิตแพทย์ เพราะถูกกดดันการทำงานนานหลายปี
แม้ว่าระบบบริหารงานแบบนี้ คือความอยู่รอดของธุรกิจ แหล่งข่าววงในท่านนี้ ได้เรียกร้องว่า ขอให้ธนาคารเห็นใจพนักงานตัวเล็กๆเหล่านี้บ้าง ควรให้ผู้บริหารระดับสูงลงมาสัมผัสความเหนื่อยยากของพนักงานสาขาบ้าง ไม่ใช่ออกแต่นโยบาย นอกจากนี้ หน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลธนาคารพาณิชย์ควรเข้ามาตรวจสอบ และใส่ใจสวัสดิภาพของพนักงานธนาคารระดับสาขาอย่างจริงจัง
อย่าให้อาชีพนี้กลายเป็นอีก 1 อาชีพยอดแย่ที่เยาวชนไม่อยากทำมากที่สุด รายได้ที่ดี หากมาพร้อมสวัสดิภาพการทำงานที่ตกต่ำ ก็คงไม่มีใครอยากทำ