เป็นข้อถกเถียงสำคัญภายในวงการเรื่องบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า นอกจากในแง่กฎหมายกับการได้รับอนุญาตในประเทศไทยแล้ว อีกส่วนคือประเด็นด้านพิษภัยที่เกิดขึ้นจากตัวบุหรี่ไฟฟ้าส่งผลกระทบต่อสุขภาพมากน้อยเพียงไรเทียบกับบุหรี่ทั่วไป และเราจะพากันไปค้นหาคำตอบกันในวันนี้

Highlights

  • การสูบบุหรี่หรือยาเส้นโดยการเผาแล้วสูดควันเข้าไปในปอด คือพฤติกรรมที่อยู่คู่ชีวิตมนุษย์มายาวนาน เช่นเดียวกับพิษภัยของมัน ทำให้นานาประเทศระดมทรัพยากรในการรณรงค์ให้คนเลิกบุหรี่มากเท่าที่ทำได้
  • ยาสูบถูกค้นพบเป็นครั้งแรกในการเดินทางไปทวีปอเมริกาของโคลัมบัส ก่อนนำมาใช้งานแพร่หลายโดยเฉพาะในด้านการแพทย์ในด้านการฆ่าเชื้อและกลบกลิ่นศพ จนเริ่มมีการพูดถึงพิษบุหรี่จริงจังในศตวรรษที่ 19
  • บุหรี่ไฟฟ้าแตกต่างจากบุหรี่ธรรมดาตรงไม่มีการเผาไหม้ใบยาสูบ แต่ใช้ความร้อนทำให้น้ำยานิโคตินระเหยเป็นควันแทน ถูกคิดค้นขึ้นมาในปี 2004 เพื่อทดแทนและลดอันตรายจากบุหรี่ทั่วไป
  • ข้อมูลในปัจจุบันชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีอันตรายน้อยกว่าบุหรี่ทั่วไป รวมถึงมีความหลากหลายเข้าถึงได้ง่ายกว่า แต่จำเป็นต้องตรวจสอบและรอดูผลกระทบที่เกิดกับสุขภาพในระยะยาวเช่นกัน

--------------------

          การสูบยาเส้นหรือบุหรี่เป็นการนำเอายาเส้นมาม้วนเป็นแท่งขึ้นมาเผาไฟ ก่อนสูดควันที่เกิดขึ้นจากการเผาไหม้เข้าไปในปอด เป็นพฤติกรรมหยั่งรากลึกภายในสังคมยาวนานนับร้อยปี ทำให้ในหลายประเทศการสูบบุหรี่กลมกลืมไปกับธรรมเนียมของแต่ละท้องที่ จนมาถึงยุคหลังนี่เองที่เริ่มมีการศึกษาพิษภัยจากบุหรี่จนเกิดการห้ามปรามอย่างจริงจัง

 

          ปัจจุบันเราเติบโตขึ้นมาพร้อมกับการรณรงค์ต่อต้านบุหรี่ ได้รู้จักพิษภัยของมันมาแต่เล็ก จากความพยายามของนานาประเทศและองค์กรอนามัยโลก สร้างภาพบุหรี่ให้เป็นปีศาจร้ายทำลายชีวิต เยาวชนรุ่นใหม่จึงเริ่มคุ้นชินพิษภัยของบุหรี่มากกว่าประโยชน์ อัตราคนสูบบุหรี่จากทั่วโลกจึงลดลงไปกว่า 26% ในระยะเวลา 16 ปีนับจากปี 2000 เป็นต้นมา ถือเป็นความสำเร็จด้านสุขภาพครั้งหนึ่งของมนุษยชาติ

          มาวันนี้กลับกลายเป็นข้อถกเถียงใหม่เมื่อมีการเกิดขึ้นของนวัตกรรมอย่าง บุหรี่ไฟฟ้า โดยมีรูปแบบการทำงานผ่านกระแสไฟฟ้าเป็นหลักลดอัตราการเผาไหม้ การมาถึงของมันกลายเป็นจุดเปลี่ยนและข้อกังขาใหม่แก่สังคม หลังมีข้อโต้แย้งว่าบุหรี่ไฟฟ้าให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงบุหรี่จริง แต่มีอันตรายน้อยกว่าจนผู้คนเริ่มหันมาสนใจ

 

          แต่ก่อนอื่นคงต้องอธิบายถึงที่มาและรูปแบบการใช้งานของบุหรี่แต่ละชนิดเสียก่อนจึงจะเข้าใจที่มาข้อถกเถียงนี้

บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ความแตกต่างจากสองยุคสมัย

ต้นกำเนิดแห่งบุหรี่ ปีศาจร้ายในปัจจุบันที่เคยเป็นยาสารพัดนึกในวันวาน
          วงการสิงห์อมควันเริ่มต้นจากการเดินทางไปผืนแผ่นดินใหม่ของชาติตะวันตก เมื่อพวกเขาค้นพบทวีปอเมริกา นอกจากทรัพย์สิน ผู้คน วัฒนธรรมแปลกตา สิ่งแปลกใหม่ไม่แพ้กันย่อมเป็นระบบนิเวศในท้องที่ นำไปสู่การค้นพบต้นยาสูบนิโคเคียนา ในปี 1492 แถบพื้นที่ประเทศคิวบา เฮติ และบาฮามาสในปัจจุบัน 

 

          จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ผู้ริเริ่มนำยาสูบมาใช้งานทางการแพทย์คือนักเดินทางชื่อก้องโลกอย่าง คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส หลังพบว่าคนในท้องที่นำใบยาสูบไปใส่คบไฟเพื่อฆ่าเชื้อโรคและบรรเทาความเหนื่อยล้า รวมถึงแพทย์ชาวโปรตุเกสในยุคนั้น เปโดร อัลวาเรซ คาเบราล์ ยังนำไปใช้รักษาอาการฝีอักเสบ จึงเริ่มเกิดความเชื่อว่ายาสูบคือยาวิเศษรักษาได้ทุกโรคขึ้น

 

          นับจากนั้นเป็นต้นมาก็มีความเชื่อว่าควันจากใบยาสูบมีคุณสมบัติในด้านป้องกันโรคแพร่หลายไปทั่วทั้งยุโรป มีการนำไปใช้งานในหมู่แพทย์และนักเรียนแพทย์เพื่อฆ่าเชื้อรวมถึงกลบกลิ่นศพ นำมาใช้ป้องการระบาดใหญ่ของกาฬโรคปี 1665 ในลอนดอน หรือการนำไปเป่าในช่องทางทวารหนักเพื่อช่วยเหลือผู้จมน้ำ เพื่อบรรเทาความรู้สึกหนาวและความง่วงก็ตาม

          ข้อสงสัยเกี่ยวกับพิษภัยของยาสูบเริ่มหนาหูขึ้นในยุคคริสต์ศตวรรษที่ 19 กระนั้นก็ยังมีข้อถกเถียงใหญ่โตในวงการแพทย์อังกฤษที่ยังมีการใช้ใบยาสูบเป็นยารักษาสารพัดโรคจนฝังลึกมายาวนาน นั่นทำให้เกิดความนิยมการสูบบุหรี่ภายในประเทศอังกฤษอย่างกว้างขวางในทุกช่วงวัย

 

          เรื่องน่าตลกคือประเทศที่ออกกฎหมายห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะเป็นชาติแรกๆ และโฆษณาชวนเชื่อสร้างภาพบุหรี่เป็นปีศาจร้ายกลับเป็นเยอรมนีในยุคนาซี ส่วนการรณรงค์เรื่องบุหรี่ในชาติตะวันตกเริ่มเกิดขึ้นจริงจังจากคำเตือนของนายแพทย์ ลูเธอร์ เทอรี่ ของกระทรวงสาธารณสุขสหรัฐฯ ในปี 1964 นี้เอง

ความนิยมของยาสูบในยุคศตวรรษที่ 16

ต้นกำเนิดแห่งบุหรี่ไฟฟ้า นวัตกรรมใหม่แห่งการสูบนิโคติน
          บุหรี่ไฟฟ้า หรือ บุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ มีคุณสมบัติในการสร้างความร้อนโดยอาศัยการทำงานด้วยแบตเตอรี่ โดยบรรจุน้ำยาใส่ลงไปด้านในแล้วอาศัยการระเหยจากความร้อนโดยไม่มีการเผาไหม้ ถือเป็นแนวทางใหม่ในการสูบบุหรี่ที่ได้รับความนิยมแพร่หลายมากขึ้นในหมู่วัยรุ่น

 

          บุหรี่ไฟฟ้าคิดค้นขึ้นมาเป็นผลสำเร็จในประเทศจีน จาก หานหลี่ เภสัชกรชาวจีนที่รับทราบว่าคนเราติดบุหรี่จากนิโคติน รวมถึงสาเหตุหลักจากการตายด้วยมะเร็งปอดในการสูบบุหรี่คือ สารจากการเผาไหม้อย่าง น้ำมันดิน หรือ ทาร์ และ คาร์บอนมอนอกไซด์ เขาเลยคิดค้นการระเหยเอาควันไอจากน้ำยานิโคตินเข้าปอดโดยตรงเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาดังกล่าว

 

          บุหรี่ไฟฟ้าถูกคิดค้นขึ้นในช่วงปี 2004 ก่อนเริ่มแพร่หลายไปยังต่างประเทศราวปี 2007 ด้วยจุดขายในการเสพสารนิโคตินภายในบุหรี่ยังครบถ้วนมีคุณสมบัติใกล้เคียงกับของเดิม แต่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพเทียบเท่าบุหรี่จริง ทำให้บุหรี่ไฟฟ้าได้รับความนิยมแพร่หลายมากขึ้น จากความเข้าถึงง่ายและเป็นมิตรมากกว่าบุหรี่ทั่วไป

หานหลี่ ผู้คินค้นบุหรี่ไฟฟ้า บุหรี่กับบุหรี่ไฟฟ้าตกลงแบบไหนดีกว่ากัน?
          การสูบยาเส้น บุหรี่ หรือบุหรี่ไฟฟ้า มีองค์ประกอบอยู่ตรงการเสพสารนิโคตินเข้าไปในรูปแบบควัน นี่เองจึงเป็นต้นตอสารเสพติดตัวสำคัญของสิงห์อมควันทั่วโลก ด้วยฤทธิ์ในการกระตุ้นสารเอพิเนฟลินและโดปามีนช่วยให้อารมณ์ดีหัวสมองปลอดโปร่ง บรรเทาความหงุดหงิดไม่พอใจ ทำให้ร่างกายตื่นตัวลดความอ่อนล้าเพิ่มสมาธิ จึงได้รับความนิยมเป็นวงกว้าง

 

          ส่วนจุดเด่นสำคัญของบุหรี่ไฟฟ้าคือน้ำยา ที่สามารถปรับสูตรความเข้มข้นของนิโคตินให้พอเหมาะ รวมถึงแต่งกลิ่นและรสชาติได้หลากหลาย ตั้งแต่กลิ่นมินต์ ผลไม้นานาประเภท ช็อกโกแลต โคล่า ฯลฯ แก้ปัญหาข้อเสียประการสำคัญจากบุหรี่เดิม ด้วยความเข้าถึงง่ายจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่บุหรี่ไฟฟ้าจะแพร่หลายโดยเฉพาะในหมู่วัยรุ่น

 

          คำถามจึงกลับไปตรงจุดเริ่มต้นคือพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้า ไม่อันตรายเหมือนบุหรี่ธรรมดาจริงหรือ?

 

          หากให้ระบุคำตอบในตอนนี้ ต้องยอมรับว่าบุหรี่ไฟฟ้าเองเป็นมิตรกับผู้สูบบุหรี่ทั่วไปมาก ด้วยการไม่ได้เผาไหม้ให้เกิดควันอาศัยความร้อนทำให้น้ำยาระเหยโดยตรง ทำให้ไม่เกิดสารอันตรายแบบบุหรี่ทั่วไปอย่างทาร์และคาร์บอนมอนอกไซด์ ต้นตอสารก่อมะเร็งตัวสำคัญทำให้เกิดมะเร็งปอด ทั้งยังไม่ทำให้เหลือกลิ่นเหม็นไหม้ติดตามตัวอีกด้วย

 

          และเมื่อไม่มีการเผาไหม้ย่อมทำให้กลิ่นไม่พึงประสงค์จากควันบุหรี่ลดลงมาก เมื่อไม่มีการเผาไหม้อัตราการเกิดควันจนรบกวนคนรอบข้างย่อมลดลง นอกจากนั้นการแต่งกลิ่นของบุหรี่ไฟฟ้ามีแนวโน้มเป็นมิตรกับผู้คนรอบข้างมากกว่า ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ผู้หญิงบางคนบังคับให้แฟนหนุ่มหันไปสูบบุหรี่ไฟฟ้าแทนตอนคบกัน
 
ความหลากหลายของบุหรี่ไฟฟ้าในปัจจุบัน           แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพิษภัยดั้งเดิมที่แฝงอยู่ในสารนิโคตินจะหายไป นิโคตินมีฤทธิ์เข้าไปกระตุ้นระบบประสาท ความดันโลหิต อัตราการเต้นหัวใจ เพิ่มความเสี่ยงของโรคทางเดินหายใจเป็นอย่างมาก ทั้งยังทำให้โอกาสเกิดมะเร็งช่องปาก หลอดอาหาร ตับอ่อน ไปจนถึงปอดเพิ่มขึ้น เพิ่มปริมาณน้ำตาลในเลือดจนอาจทำให้เกิดโรคเบาหวาน ทำให้เส้นเลือดตีบเพิ่มความเสี่ยงในด้านโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจและสมอง รวมถึงเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์อีกด้วย

 

          สำคัญกว่านั้นคือข้อมูลงานวิจัยเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าเองยังมีจำนวนน้อย การเกิดขึ้นและได้รับความนิยมในการใช้งานแพร่หลายมาไม่กี่ปี ทำให้บุหรี่ไฟฟ้าขาดข้อมูลผลกระทบที่เกิดกับผู้ใช้ในระยะยาว ทำให้ยากจะบอกได้ว่ามันปลอดภัยต่อผู้ใช้งานเสียทั้งหมด จำเป็นต้องได้รับการศึกษาตรวจสอบข้อมูลโดยละเอียดอีกครั้ง

 

          ปัจจุบันนักวิชาการหลายคนในต่างประเทศให้การยอมรับว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นอีกทางเลือกในการสูบ กระทรวงสาธารณสุขอังกฤษเองก็ออกมายอมรับว่า บุหรี่ไฟฟ้าอาจไม่ปลอดภัยไปเสียหมดแต่ปัจจุบันมีอันตรายน้อยกว่าบุหรี่ธรรมดา และแนะนำให้สิงห์อมควันทั้งหลายที่อยู่ในช่วงตัดสินใจ หันมาสูบบุหรี่ไฟฟ้าแทนบุหรี่ธรรมดาโดยเร็ว

 

​​​​​​​          กระนั้นก็ต้องเข้าใจว่านี่เป็นคำกล่าวอาศัยข้อมูลเท่าที่มี ไม่แน่ว่าในอนาคตอาจค้นพบว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นอัตรายหรือสร้างผลกระทบมากกว่าบุหรี่ทั่วไป ดังที่เคยเกิดขึ้นกับบุหรี่ในยุคศตวรรษที่ 17 มาแล้วครั้งหนึ่ง แม้ในตอนนี้มันยังเป็นทางเลือกที่เป็นมิตรสร้างผลกระทบให้คนรอบข้างน้อยกว่า แต่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดต่อไปในอนาคต

--------------------
ที่มา