เนชั่นทีวี

ข่าว

เจาะลึกกลุ่มจี "ฟุตบอลโลก 2026" เบลเยียมผลัดใบดวลอียิปต์-อิหร่าน

05 มิ.ย. 2569 | apirak_pra

เจาะลึกกลุ่มจี "ฟุตบอลโลก 2026" เบลเยียมผลัดใบดวลอียิปต์-อิหร่าน

บทวิเคราะห์เจาะลึกฟุตบอลโลก 2026 กลุ่มจี ทัพปีศาจแดงแห่งยุโรป เบลเยียม แบกหน้าชน อียิปต์ นำโดย โมฮาเหม็ด ซาลาห์ พร้อมตัวสอดแทรกอย่าง อิหร่าน และ นิวซีแลนด์

ฟุตบอลโลก 2026 เดินทางมาถึงบทวิเคราะห์พรีวิวใน "กลุ่มจี" ที่เป็นการรวมตัวกันของทีมที่มีทั้งกลุ่มม้ามืดที่มีลุ้นไปไกลและทีมที่เป็นรองบ่อน ประกอบด้วย เบลเยียม, อียิปต์, อิหร่าน และนิวซีแลนด์ นักวิเคราะห์มองว่ากลุ่มนี้อาจกลายเป็นแหล่งกำเนิดสถานการณ์ล็อกถล่มช็อกโลกได้ตลอดเวลา เนื่องจากสถานะและข้อมูลของแต่ละทีมยังคงมีความไม่แน่นอนสูงและพร้อมสร้างความประหลาดใจให้แก่แฟนบอลได้ทุกเมื่อ

เจาะลึกกลุ่มจี "ฟุตบอลโลก 2026" เบลเยียมผลัดใบดวลอียิปต์-อิหร่าน

1. ทีมชาติเบลเยียม: ยุคเปลี่ยนผ่านของปีศาจแดงแห่งยุโรป หลังปิดฉาก "โกลเดนเจเนอเรชัน"

ทัพ "ปีศาจแดงแห่งยุโรป" ทีมชาติเบลเยียม ปัจจุบันรั้งอันดับ 9 ของโลกจากการจัดอันดับของฟีฟ่า ผ่านเข้ารอบมาในฐานะแชมป์กลุ่มรอบคัดเลือก ทว่าในฟุตบอลโลกหนนี้พวกเขากลับเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามชิ้นโต หลังจากล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในฟุตบอลโลก 2022 ตกรอบแบ่งกลุ่ม และเป็นการปิดฉากยุคทอง "โกลเดนเจเนอเรชัน" ที่เคยถูกคาดหมายว่าจะครองความยิ่งใหญ่ในเวทีโลกแต่กลับไปไม่ถึงฝั่งฝัน ส่งผลให้ทีมชุดนี้ขยับเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่าน (Transition Period) อย่างเต็มตัวภายใต้การคุมทีมของกุนซือ รูดี้ การ์เซีย

ขุมกำลังของเบลเยียมเป็นการผสมผสานระหว่างดาวเตะจอมเก๋าอย่าง โรเมลู ลูกากู, เควิน เดอ บรอยน์, ติโบต์ กูร์กตัวส์ และ โธมัส มูนิเยร์ ที่ยังคงมีชื่อประคองทีมทว่าต้องเผชิญกับปัญหาสภาพร่างกายและอาการบาดเจ็บรบกวน โดยสปอตไลท์ส่วนใหญ่จะถูกส่องไปที่สายเลือดใหม่ที่พร้อมก้าวขึ้นมาสร้างชื่อในเวทีโลก นำโดย ซีโน เดอบาสต์, นาธาน เอ็นกอย และ ดีเอโก้ โมเรย์ร่า แม้ตามหน้าเสื่อเบลเยียมจะถูกมองว่าดีพอที่จะผ่านเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่มได้ แต่ด้วยแนวรับชุดใหม่ที่ยังขาดประสบการณ์ในระดับนานาชาติ เส้นทางในกลุ่มนี้อาจไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างที่หลายคนคิด

เจาะลึกกลุ่มจี "ฟุตบอลโลก 2026" เบลเยียมผลัดใบดวลอียิปต์-อิหร่าน

2. ทีมชาติอียิปต์: ทัพมัมมี่หวังสร้างประวัติศาสตร์ในทัวร์นาเมนต์สุดท้ายของ "โมฮาเหม็ด ซาลาห์"

ทัพ "มัมมี่" ทีมชาติอียิปต์ ทีมอันดับ 29 ของโลก เจ้าของตำแหน่งแชมป์ทวีปแอฟริกา (AFCON) สูงสุด 7 สมัย ผ่านเข้ามาลุยศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นสมัยที่ 4 ในประวัติศาสตร์ชาติ โดยพวกเขาตั้งเป้าที่จะลบฝันร้ายจากฟุตบอลโลก 2018 ที่ตกรอบแบ่งกลุ่มโดยไม่มีแม้แต่คะแนนเดียว

ความหวังสูงสุดของชาวอียิปต์ในทัวร์นาเมนต์นี้ฝากไว้ที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปีกจอมถล่มประตูซึ่งฟุตบอลโลกหนนี้น่าจะเป็นการลงสนามในนามทีมชาติครั้งสุดท้ายของเจ้าตัวแล้ว ทำให้ซาลาห์มีความกระหายเป็นพิเศษหลังจากฟุตบอลโลกครั้งก่อนโดนอาการบาดเจ็บตามรบกวนจนเล่นได้ไม่เต็มที่ โดยแทกติกของกุนซือ ฮอสซัม ฮัสซัน จะเน้นไปที่เกมรับที่เหนียวแน่นซึ่งเคยทำผลงานได้ยอดเยี่ยมในศึกแอฟริกา คัพ ออฟ เนชันส์ เมื่อเดือนมกราคม นำโดย ฮอสซัม อับเดลมากิด ปราการหลังตัวแกร่ง และพร้อมเปิดเกมรุกสวนกลับเร็วโดยให้ ซาลาห์ ประสานงานร่วมกับ โอมาร์ มาร์มูช ดาวยิงจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ คอยฉีกแนวรับคู่แข่งเพื่อพาทีมทะลุเข้าสู่รอบน็อกเอาต์

เจาะลึกกลุ่มจี "ฟุตบอลโลก 2026" เบลเยียมผลัดใบดวลอียิปต์-อิหร่าน

3. ทีมชาติอิหร่าน: ยอดทีมแห่งตะวันออกกลางท่ามกลางมรสุมนอกสนาม

ทัพ "นักรบแห่งเปอร์เซีย" ทีมชาติอิหร่าน ทีมอันดับ 21 ของโลก ผ่านเข้ารอบมาในฐานะแชมป์กลุ่มรอบคัดเลือก ทว่าการเดินทางมาลุยศึกฟุตบอลโลก 2026 ในครั้งนี้ พวกเขาต้องตกเป็นเป้าสายตาและเผชิญความยากลำบากอย่างแสนสาหัสซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการแข่งขันบนผืนหญ้าเลยแม้แต่น้อย สภาพทีมต้องเจอกับฝันร้ายรอบด้านจากปัญหาวิกฤตความตึงเครียดและสงครามระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในชาติเจ้าภาพ แฟนบอลอิหร่านไม่สามารถเดินทางมาเชียร์ทีมรักได้เนื่องจากมาตรการสั่งห้ามการเดินทาง (Travel Ban) ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยิ่งไปกว่านั้น นักเตะแกนหลักที่ค้าแข้งในประเทศยังขาดความฟิตและไม่ได้ลงเล่นเกมแข่งขันอย่างเป็นทางการมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ เนื่องจากศึกเปอร์เซียน กัลฟ์ ลีก ต้องถูกสั่งระงับการแข่งขันหนีภัยสงคราม รวมถึงปัญหาเรื่องการยื่นขอวีซ่าเข้าประเทศสหรัฐฯ ที่ยังคงไม่เรียบร้อยก่อนการแข่งขันจะเริ่มขึ้นไม่ถึงสองสัปดาห์

อย่างไรก็ตาม ในแง่ของผลงานในสนามคุมทัพโดยกุนซือ อามีร์ กาเลนอย ที่เริ่มปรับปรุงระบบเกมรับให้มีความเขี้ยวและรัดกุมมากยิ่งขึ้นในเกมอุ่นเครื่องนัดล่าสุด หลังจากที่เคยมีจุดอ่อนในแผงหลังช่วงรอบคัดเลือก โดยความหวังในเกมรุกยังคงฝากไว้ที่ เมห์ดี ตาเรมี กองหน้าฮีโร่ของชาติในการล่าตาข่ายพาทีมสร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์เป็นครั้งแรก พร้อมทั้งพร้อมส่งดาวรุ่งพุ่งแรงอย่าง อามีร์โมฮัมหมัด ราซซากิเนีย และ อามีร์ฮอสเซน ฮอสเซนซาเดห์ ลงสนามไปโชว์ฝีเท้า

เจาะลึกกลุ่มจี "ฟุตบอลโลก 2026" เบลเยียมผลัดใบดวลอียิปต์-อิหร่าน

4. ทีมชาตินิวซีแลนด์: การคัมแบ็กในรอบ 16 ปีของทัพออลแบล็กส์ผู้พร้อมหักปากกาเซียน

ทัพ "ออลแบล็กส์" ทีมชาตินิวซีแลนด์ ทีมอันดับ 85 ของโลก สร้างประวัติศาสตร์ตีตั๋วกลับคืนสู่เวทีฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในรอบ 16 ปี นับตั้งแต่การปรากฏตัวครั้งล่าสุดเมื่อปี 2010 โดยพวกเขาสามารถเอาชนะนิวแคลิโดเนียคว้าโควตาหนึ่งเดียวของโซนโอเชียเนีย (OFC) มาครองได้ตามคาด ย้อนกลับไปในปี 2010 นิวซีแลนด์เคยสร้างความประหลาดใจให้แก่คนทั้งโลกด้วยสถิติไร้พ่ายในรอบแบ่งกลุ่ม (เสมอ 3 นัดรวด) ก่อนจะตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย

ขุมกำลังชุดนี้ภายใต้การทำทีมของ แดร์เรน เบซลีย์ มีผู้เล่นจากชุดปี 2010 หลงเหลืออยู่เพียง 2 รายเท่านั้น คือ คริส วู้ด กองหน้ากัปตันทีมดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของชาติ และ ทอมมี่ สมิธ กองหลังวัย 36 ปี นอกเหนือจากนั้นเป็นสายเลือดใหม่ นำโดย มาร์โก สตาเมนิช, โจ เบลล์, ฟินน์ เซอร์แมน และ เจสซี แรนดอลล์ ปีกตัวจี๊ดจากสโมสรโอ๊คแลนด์ เอฟซี แทกติกของนิวซีแลนด์ชุดนี้พยายามปรับเปลี่ยนมาเน้นการครอบครองบอลและต่อบอลสั้นบนพื้น แม้จะถูกมองว่าเป็นทีมรองบ่อนที่สุดในกลุ่มจี แต่ออลแบล็กส์พร้อมจะงัดสไตล์การเล่นที่เหนียวแน่นเพื่อสร้างเซอร์ไพรส์ป่วนทีมยักษ์ใหญ่ในกลุ่มนี้

 

โปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มจี (เวลาประเทศไทย)

นัดแรก (แข่งขันคืนวันจันทร์ที่ 15 และเช้าตรู่วันอังคารที่ 16 มิถุนายน)

  • เบลเยียม พบ อียิปต์ | คืนวันจันทร์ที่ 15 มิ.ย. เวลา 02.00 น. (เช้ามืด) | สนาม ลูเมน ฟิลด์ (ซีแอตเทิล, วอชิงตัน)
  • อิหร่าน พบ นิวซีแลนด์ | วันอังคารที่ 16 มิ.ย. เวลา 08.00 น. (เช้า) | สนาม โซไฟ สเตเดียม (อินเกิลวูด, แคลิฟอร์เนีย)

นัดที่สอง (แข่งขันคืนวันอาทิตย์ที่ 21 และเช้าตรู่วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน)

  • เบลเยียม พบ อิหร่าน | คืนวันอาทิตย์ที่ 21 มิ.ย. เวลา 02.00 น. (เช้ามืด) | สนาม โซไฟ สเตเดียม (อินเกิลวูด, แคลิฟอร์เนีย)
  • นิวซีแลนด์ พบ อียิปต์ | วันจันทร์ที่ 22 มิ.ย. เวลา 08.00 น. (เช้า) | สนาม บีซี เพลส (แวนคูเวอร์, แคนาดา)

นัดที่สาม (แข่งขันเช้าตรู่วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน) ลงสนามพร้อมกัน

  • อียิปต์ พบ อิหร่าน | เวลา 10.00 น. (เช้า) | สนาม ลูเมน ฟิลด์ (ซีแอตเทิล, วอชิงตัน)
  • นิวซีแลนด์ พบ เบลเยียม | เวลา 10.00 น. (เช้า) | สนาม บีซี เพลส (แวนคูเวอร์, แคนาดา)