ประเด็นร้อนพรีเมียร์ลีก-เอฟเอคัพ: "เรือใบ" ลุ้นตั๋วชิง-สิงห์บลูส์เริ่มยุคใหม่-ปืนใหญ่ทวงจ่าฝูง
24 เม.ย. 2569

สรุปประเด็นร้อนพรีเมียร์ลีกและเอฟเอ คัพ สุดสัปดาห์นี้ จับตาแมนฯ ซิตี้ลุ้นตั๋วชิงเอฟเอคัพ และเชลซียุคหลังโรซีเนียร์
ข่าว
24 เม.ย. 2569

สรุปประเด็นร้อนพรีเมียร์ลีกและเอฟเอ คัพ สุดสัปดาห์นี้ จับตาแมนฯ ซิตี้ลุ้นตั๋วชิงเอฟเอคัพ และเชลซียุคหลังโรซีเนียร์
ศึกพรีเมียร์ลีกและเอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศสุดสัปดาห์นี้กำลังจะกลายเป็นจุดชี้ชะตาหลายทีม ทั้งการลุ้นหนีตกชั้น การแย่งแชมป์ ไปจนถึงการวัดใจในเวทีฟุตบอลถ้วย ซึ่งเต็มไปด้วยประเด็นน่าจับตามองมากมาย
บางทีครั้งที่ 4 อาจจะเป็นเลขนำโชคของน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ เพราะดูเหมือนว่า วิตอร์ เปเรร่า ผู้จัดการทีมคนที่ 4 ในฤดูกาลที่แสนวุ่นวายนี้กำลังทำในสิ่งที่ถูกต้อง ทัพ "เจ้าป่า" ดีกรีทีมเข้ารอบรองชนะเลิศยูโรปาลีก ไม่แพ้ใครมา 5 นัดติดต่อกันในลีก และทริปเยือนสเตเดี้ยม ออฟ ไลท์ ครั้งนี้ พวกเขารู้ดีว่าชัยชนะจะทำให้ทีมขยับเข้าใกล้การรอดตกชั้นแบบเต็มตัว
นี่จะเป็นบททดสอบแท็กติกที่น่าสนใจสำหรับซันเดอร์แลนด์ เพราะทีมของ เรจิส เลอ บรี มักจะทำได้ดีในเกมสวนกลับ แต่ฟอเรสต์น่าจะเลือกตั้งรับลึกและปล่อยให้เจ้าบ้านพยายามเจาะเกมรับที่หนาแน่นเพื่อรอจังหวะโต้กลับกลับไป เลอ บรี คงต้องหวังให้ นอร์ดี มูคิเอเล่ เติมเกมจากแบ็กขวาอย่างดุดัน ขณะที่ในแดนกลาง โนอาห์ ซาดิกิ และ เอ็นโซ เลอ เฟ ต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าทำไมพวกเขาถึงเป็นที่จับตามองของหลายสโมสรยักษ์ใหญ่ ทีมซันเดอร์แลนด์ชุดนี้เล่นด้วยบุคลิกที่สดใหม่และน่าเกรงขาม ต้องมาดูกันว่าฟอเรสต์จะสยบมันได้หรือไม่
มีทีมถึง 15 ทีมที่ อูไน เอเมรี่ เคยเผชิญหน้ามากกว่า 2 ครั้งในฐานะกุนซือและสามารถเอาชนะได้ทุกครั้ง โดย 12 ทีมในนั้นเขาเอาชนะได้ร้อยเปอร์เซ็นต์จากการเจอมากกว่า 3 ครั้ง และมีฟูแล่มเป็น "เหยื่อ" รายใหญ่ที่สุด นี่จะเป็นครั้งที่ 9 ที่เอเมรี่ต้องดวลกับทัพ "เจ้าสัวน้อย" ซึ่งผลงานที่ผ่านมาเขาเก็บชัยไปได้ถึง 8 ครั้ง ด้วยสกอร์รวมขาดลอยถึง 22-6
จะว่าไปเอเมรี่ควรต้องขอบคุณฟูแล่มที่ทำให้เขาได้งานที่แอสตัน วิลล่า เพราะครั้งสุดท้ายที่วิลล่าเสียแต้มให้ฟูแล่มคือตุลาคม 2022 (แพ้ 0-3) ซึ่งส่งผลให้ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ถูกปลดและเอเมรี่ถูกตั้งขึ้นแทนใน 4 วันต่อมา ขณะที่ มาร์โก ซิลวา กุนซือฟูแล่มเคยรอดพ้นความพ่ายแพ้ต่อเอเมรี่ได้เพียงครั้งเดียวจากการดวลกัน 8 ครั้ง ซึ่งต้องย้อนไปไกลถึงปี 2013 สมัยคุมเอสโตริล
การพบกันระหว่างทีมอันดับ 10 และ 17 คู่นี้ดูจะสูสีกันมากกว่าที่คิด หากย้อนไปก่อนวันที่ 17 มกราคม เอฟเวอร์ตันมีแต้มมากกว่าเวสต์แฮมเท่าตัว (29 ต่อ 14 แต้ม) แต่หลังจากเวสต์แฮมเอาชนะท็อตแน่มและค้นพบสูตรการเล่น 4-4-1-1 ของ นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต ผลงานของทั้งคู่ก็นิ่งขึ้นจนแทบจะถอดแบบกันมา โดย 12 นัดหลังสุดชนะทีมละ 5 นัด เสีย 14 ประตูเท่ากัน นูโน่กล่าวว่ามาตรฐานผู้เล่นดีขึ้นและความสมดุลคือหัวใจสำคัญ
เกมนี้เวสต์แฮมมีขุมกำลังที่พร้อมรบ และอาจส่ง คัลลัม วิลสัน ลงตัวจริง ซึ่งเขามีสถิติสังหารเอฟเวอร์ตันไปถึง 8 ประตูจาก 11 นัดที่พบกัน
โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ ยืนยันว่าจะไม่ปล่อยให้ลูกทีมจมปลักกับความผิดหวังหลังพลาดชัยชนะนัดแรกของปีในเกมกับไบรท์ตัน เขาตระหนักดีว่าทีมมีความเปราะบางจนถึงขั้นที่สเปอร์สต้องประกาศรับสมัครนักจิตวิทยาการกีฬาเข้ามาช่วยทีมด่วน เด แซร์บี้พยายามปลุกใจให้ลูกทีม "เปลี่ยนทัศนคติ" ในการหนีตกชั้นและเชื่อมั่นว่าทีมมีศักยภาพพอจะชนะรวด 5 นัดที่เหลือ โดยเริ่มจากทริปเยือนวูล์ฟแฮมป์ตันที่ตกชั้นไปแล้วและเสียไปถึง 12 ประตูจาก 4 นัดหลัง หากสเปอร์สคว้าชัยได้อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทางจิตวิทยา
ชัยชนะในลีก 2 นัดติดต่อกันบวกกับการที่เชลซีเลือกตั้ง เลียม โรซีเนียร์ (ก่อนจะโดนปลด) ทำให้โอกาสคว้าตั๋วแชมเปียนส์ลีกอยู่ในมือของลิเวอร์พูล อาร์เน่อ ชล็อต ยอมรับว่าการติดท็อป 5 จะส่งผลต่อแผนเสริมทัพช่วงซัมเมอร์ และชื่อของ อดัม วอร์ตัน มิดฟิลด์ดาวรุ่งของคริสตัล พาเลซ ก็อยู่ในลิสต์ที่หงส์แดงสนใจ
เกมนี้วอร์ตันอาจจะหายเจ็บกลับมาลงสนาม ซึ่งเขาเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้พาเลซชนะลิเวอร์พูลได้ตลอด 3 ครั้งหลังสุดที่พบกัน หากลิเวอร์พูลคว้าชัยและเข้าใกล้ UCL มากขึ้น การดึงตัววอร์ตันกลับสู่ภาคเหนือตอนบนบ้านเกิดของเขาก็จะมีความเป็นไปได้สูงขึ้น
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เครื่องจักรสังหารของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ต้องเผชิญหน้ากับเซาแธมป์ตันที่หวังจะคว้าแชมป์รายการใหญ่ครั้งแรกในรอบ 50 ปี ทีมของ ทอนด้า เอคเคิร์ต กำลังลุ้นเลื่อนชั้นอัตโนมัติจากแชมเปียนชิพและไม่แพ้ใครมา 20 นัดรวด ซึ่งเป๊ปย่อมรู้ดีว่างานที่เวมบลีย์ครั้งนี้ไม่ง่าย ย้อนไปเมื่อ 6 ปีก่อน "นักบุญ" เคยยัดเยียดความพ่ายแพ้ 0-1 ให้ซิตี้มาแล้ว หากทำได้อีกครั้งในวันเสาร์นี้ มันจะกลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของเอฟเอ คัพ แม้เป๊ปจะพักตัวหลักบ้าง แต่ซิตี้ก็ยังเป็นเต็งหนึ่งที่จะเข้าชิงเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน
เอเบเรชี่ เอเซ่ ทำผลงานได้น่าประทับใจในบทบาทตัวรุกฝั่งซ้ายนัดเจอซิตี้เมื่อสัปดาห์ก่อน และในขณะที่ เลอันโดร ทรอสซาร์ กับ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ฟอร์มตก เอเซ่อาจได้รับโอกาสออกสตาร์ทเพื่อพาทีมทวงจ่าฝูงคืนในเกมพบเชลซี แม้อาร์เตต้าจะชอบใช้เขาเป็นเบอร์ 10 แต่แฟนบอลหลายคนอยากเห็นเขาประสานงานกับ มาร์ติน โอเดการ์ด มากกว่า การได้เคลื่อนที่อย่างอิสระจากฝั่งซ้ายแบบที่เขาเคยทำได้ดีกับคริสตัล พาเลซ อาจเป็นกุญแจสำคัญในเกมนี้
แคลัม แม็คฟาร์เลน ต้องขึ้นมารับงานขัดตาทัพที่เชลซีอีกครั้งหลังจาก เลียม โรซีเนียร์ ถูกปลดพ้นตำแหน่งหลังคุมทีมได้เพียง 16 สัปดาห์ ปัญหาของเชลซีตอนนี้ไม่ใช่แค่กุนซือ แต่เป็นกลุ่มผู้เล่นที่ดูจะควบคุมได้ยาก แม็คฟาร์เลนต้องพยายามกระตุ้นให้นักเตะกลับมามีความมุ่งมั่นหลังจากเก็บได้เพียง 5 แต้มจาก 9 นัดหลังสุด
แม้สโมสรจะมีผู้อำนวยการกีฬาถึง 5 คนจนดูวุ่นวาย แต่บางที "หัวใจ" ของแม็คฟาร์เลนบวกกับการได้ไปเล่นที่เวมบลีย์ในฟุตบอลถ้วย อาจเป็นเครื่องกระตุกหัวใจให้ทีมที่กำลังโคม่านี้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
ด้านลีดส์ ยูไนเต็ด ได้แรงฮึดจากประตูตีเสมอช่วงทดเจ็บในเกมล่าสุด ทำให้พวกเขามีความมั่นใจเต็มเปี่ยมก่อนลงเล่นที่เวมบลีย์ เกมนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องแท็กติก แต่รวมถึงสภาพจิตใจที่อาจเป็นตัวตัดสิน
บอร์ดบริหารของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังไม่ปักใจเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ว่า ไมเคิล คาร์ริค คือคนที่ใช่สำหรับตำแหน่งกุนซือถาวร ดังนั้นการคว้าตั๋วแชมเปียนส์ลีกให้ได้จึงเป็นไฟบังคับ ด้วยความได้เปรียบ 8 แต้มเหนือไบรท์ตัน ชัยชนะอีก 2 นัดจะการันตีโควตาบอลยุโรปทันที เกมคืนวันจันทร์กับเบรนท์ฟอร์ดที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด คาร์ริคต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าเขาสามารถสยบทีมที่เหนียวแน่นอย่างเบรนท์ฟอร์ด (ไม่แพ้ใครมา 6 นัดติด) ได้ เพื่อตอกย้ำว่าช่วงเวลาการคุมทีมชั่วคราวของเขานั้นยอดเยี่ยมเพียงใด
-----
คืนวันศุกร์ที่ 24 เมษายน
วันเสาร์ที่ 25 เมษายน
คืนวันจันทร์ที่ 27 เมษายน
วันเสาร์ที่ 25 เมษายน
วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน
ข่าวล่าสุด