IOC สั่งแบนนักกีฬาข้ามเพศพ้น "ประเภทหญิง" เริ่มโอลิมปิก 2028
27 มี.ค. 2569
ไอโอซีประกาศกฎใหม่แบนนักกีฬาข้ามเพศและ DSD จากการแข่งขันประเภทหญิงในโอลิมปิก 2028 ชี้ยึดหลักวิทยาศาสตร์เพื่อความยุติธรรม พร้อมบังคับตรวจยีน SRY ครั้งเดียวจบ
ข่าว
27 มี.ค. 2569
ไอโอซีประกาศกฎใหม่แบนนักกีฬาข้ามเพศและ DSD จากการแข่งขันประเภทหญิงในโอลิมปิก 2028 ชี้ยึดหลักวิทยาศาสตร์เพื่อความยุติธรรม พร้อมบังคับตรวจยีน SRY ครั้งเดียวจบ
คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) สร้างบรรทัดฐานใหม่ให้วงการกีฬาโลกด้วยการประกาศแบนนักกีฬาหญิงข้ามเพศ (Transgender women) และ นักกีฬาที่มีความหลากหลายทางพัฒนาการทางเพศ (DSD) ออกจากการแข่งขันประเภทหญิงในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน "ลอสแอนเจลิส 2028" และรายการอื่นๆ ในอนาคตอย่างเป็นทางการ
เคอร์สตี โคเวนทรี ประธาน IOC ระบุว่าการตัดสินใจครั้งนี้ยึดหลักวิทยาศาสตร์เป็นสำคัญ โดยชี้ว่า "ไม่ยุติธรรมหากผู้ที่มีสภาวะทางชีวภาพเป็นชายจะลงแข่งในประเภทหญิง" พร้อมเน้นย้ำว่านี่คือการปกป้องความปลอดภัยและความเท่าเทียมของนักกีฬาหญิงอย่างแท้จริง
ภายใต้นโยบายใหม่นี้ นักกีฬาหญิงทุกคนที่จะลงแข่งในโอลิมปิกจะต้องผ่านการตรวจยีน SRY (Sex-determining Region Y gene) เพื่อยืนยันเพศสภาพทางชีวภาพ โดยจะใช้วิธีที่ไม่คุกคามสิทธิส่วนบุคคล เช่น การขูดเนื้อเยื่อข้างแก้มหรือตรวจน้ำลาย และจะทำการตรวจเพียงครั้งเดียวในชีวิตเท่านั้น
ในเอกสารประกอบนโยบายจำนวน 10 หน้า IOC ได้ระบุถึงความได้เปรียบของนักกีฬาที่ผ่านช่วงวัยเจริญพันธุ์แบบเพศชาย (Male Puberty) ไว้ชัดเจน
วิ่งและว่ายน้ำ: ผู้ชายมีความได้เปรียบทางสมรรถภาพ 10-12%
ประเภทลาน (ทุ่ม/กระโดด): ได้เปรียบสูงถึง 20%
กีฬาที่ใช้แรงปะทะ/ยกน้ำหนัก: ความได้เปรียบอาจสูงเกิน 100%
ไอโอซีระบุว่านักกีฬาข้ามเพศและ DSD มักมีโครโมโซม XY มีอัณฑะ และมีระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนในระดับเพศชาย ซึ่งร่างกายสามารถนำฮอร์โมนดังกล่าวมาใช้ในการพัฒนากล้ามเนื้อตลอดชีวิตการเป็นนักกีฬา ดังนั้นการแยกประเภทหญิงตามเพศกำเนิดจึงจำเป็นต่อความซื่อสัตย์ของการแข่งขันระดับสูง
การประกาศครั้งนี้ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นสองฝ่าย
ฝ่ายสนับสนุน: องค์กรการกุศล Sex Matters แสดงความยินดี โดยชี้ว่าเป็นการคืนพื้นที่กีฬาหญิงให้กับนักกีฬาหญิงตามเพศสภาพอย่างแท้จริง
ฝ่ายคัดค้าน: กลุ่ม Dsdfamilies แสดงความผิดหวังและกังวลว่ากฎนี้อาจสร้างความเสียหายต่อจิตใจและละเมิดศักดิ์ศรีของนักกีฬาที่เป็นกลุ่มน้อยกลุ่มนี้
ทั้งนี้ กฎดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้เฉพาะในการแข่งขันกีฬาระดับสูง (Elite Sports) เท่านั้น ไม่รวมถึงการแข่งขันในระดับเยาวชนหรือการออกกำลังกายเพื่อสันทนาการทั่วไป
