รวยเละ! 6 ทีมพรีเมียร์ลีกจ่อกวาด 2 หมื่นล้าน หลังฟอร์มโหดใน UCL
30 ม.ค. 2569
เจาะลึกอำนาจเงิน 6 สโมสรพรีเมียร์ลีกในยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ที่จ่อกวาดเงินรางวัลรวมกว่า 600 ล้านดอลลาร์ หลังโชว์ฟอร์มดุลิ่วรอบน็อกเอาต์เกือบครบ ทิ้งห่างลีกยุโรปอื่นขาดลอย
ข่าว
30 ม.ค. 2569
เจาะลึกอำนาจเงิน 6 สโมสรพรีเมียร์ลีกในยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ที่จ่อกวาดเงินรางวัลรวมกว่า 600 ล้านดอลลาร์ หลังโชว์ฟอร์มดุลิ่วรอบน็อกเอาต์เกือบครบ ทิ้งห่างลีกยุโรปอื่นขาดลอย
พรีเมียร์ลีก กำลังตอกย้ำความเป็นลีกฟุตบอลที่มั่งคั่งที่สุดในโลกอีกครั้ง เมื่อมีการเปิดเผยตัวเลขรายได้มหาศาลของ 6 สโมสรตัวแทนจากอังกฤษที่ลงฟาดแข้งในศึก ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาลนี้ โดยคาดการณ์ว่าทั้งหมดจะกวาดเงินรางวัลรวมกันไม่ต่ำกว่า 500 ล้านยูโร หรือประมาณ 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.1 หมื่นล้านบาท) หลังจากทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในรอบลีกเฟส โดยมีถึง 5 ทีมที่ตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายโดยตรง ได้แก่ อาร์เซน่อล, ลิเวอร์พูล, ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์, เชลซี และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ส่วน นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด แม้จะจบอันดับ 12 แต่ยังอยู่ในเส้นทางรอบเพลย์ออฟ
คีแรน แมกไกวร์ นักวิชาการด้านการเงินฟุตบอลชื่อดัง ระบุว่าแต่ละสโมสรมีโอกาสได้รับเงินรางวัลแตะหลัก 100 ล้านยูโรได้อย่างง่ายดาย และหากทีมใดทะลุไปถึงรอบรองชนะเลิศหรือรอบชิงชนะเลิศ ตัวเลขจะพุ่งสูงขึ้นไปอีก ซึ่งนั่นหมายความว่าเงินรางวัลรวมเกือบ 2.5 พันล้านยูโรที่ยูฟ่าจัดสรรไว้ 1 ใน 5 ของทั้งหมดจะตกอยู่ในมือของสโมสรจากอังกฤษเพียงประเทศเดียวเท่านั้น
ความโดดเด่นของทีมจากอังกฤษเห็นได้ชัดจากผลงานในสนาม เช่น อาร์เซน่อล ที่เป็นทีมเดียวในยุโรปที่ชนะรวด 8 นัด ขณะที่ ลิเวอร์พูล และ สเปอร์ส แม้ฟอร์มในพรีเมียร์ลีกจะกระท่อนกระแท่น (สเปอร์สรั้งอันดับ 14) แต่กลับโชว์ฟอร์มเทพในยุโรปจนรั้งอันดับ 3 และ 4 ของตาราง สวนทางกับยักษ์ใหญ่ในลีกอื่นอย่าง นาโปลี แชมป์กัลโช่ เซเรีย อา หรือทีมจากสเปนอย่าง แอธเลติก บิลเบา และบียาร์เรอัล ที่ต้องตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย
ช่องว่างทางการเงินระหว่างอังกฤษกับส่วนที่เหลือของยุโรปกำลังขยายกว้างขึ้นอย่างน่ากลัว โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญดังนี้
ค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด: รายได้หลักพันล้านดอลลาร์ต่อฤดูกาลจากพรีเมียร์ลีก ทำให้แม้แต่ทีมกลางตารางในอังกฤษก็มีกำลังซื้อนักเตะและจ่ายค่าเหนื่อยได้มากกว่าทีมระดับแชมป์ในลีกยุโรปอื่น
โควตาพิเศษจากยูฟ่า: ระบบใหม่ที่มอบโควตาเพิ่มให้ประเทศที่มีผลงานดีที่สุด (European Performance Spots) กลายเป็นอาวุธที่อังกฤษใช้ตักตวงผลประโยชน์ได้เต็มที่ จากความสำเร็จของเชลซีและสเปอร์สในถ้วยเล็กเมื่อปีก่อน
การกระจุกตัวของความมั่งคั่ง: แมกไกวร์มองว่านี่คือ "ซูเปอร์ลีกภาคบังคับ" (Super League by stealth) ที่เกิดขึ้นโดยไม่ต้องประกาศแยกตัวอย่างเป็นทางการ
สถานการณ์นี้บีบให้สโมสรในยุโรปที่เหลือมีเพียงสองทางเลือก คือยอมรับความพ่ายแพ้ในเชิงโครงสร้างทางการเงิน หรือต้องใช้วิธีการบริหารที่ "ฉลาดกว่าปกติ" เพื่อก้าวข้ามความเสียเปรียบด้านงบประมาณที่ห่างกันหลายเท่าตัว
การที่สโมสรอย่างนิวคาสเซิล ซึ่งเป็นทีมอันดับท้ายที่สุดของอังกฤษในรายการนี้ ยังมีอันดับเหนือกว่าทีมอันดับ 3 จากทั้งสเปน อิตาลี และเยอรมนี คือภาพสะท้อนที่ชัดเจนที่สุดว่าฟุตบอลยุโรปกำลังถูกครอบงำด้วยเม็ดเงินจากเกาะอังกฤษอย่างสมบูรณ์ และตราบใดที่โมเดลธุรกิจของพรีเมียร์ลีกยังคงเติบโตไม่หยุดยั้ง เราอาจได้เห็นภาพการผูกขาดความสำเร็จในเวทีแชมเปียนส์ลีกจากทีมเมืองผู้ดีไปอีกนานหลายทศวรรษ
