svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

ช็อก! ซีเกมส์ไทยพบ 10 เคสล่วงละเมิดนักกีฬา-เลซองสาวต่างชาติ

27 ม.ค. 2569

ดร.สุวรรณา ศิลปอาชา เผยข้อมูลสะเทือนวงการ พบนักกีฬาไทยและเลซองถูกคุกคามในซีเกมส์ ครั้งที่ 33 รวม 10 กรณี มีนักกีฬาหญิงต่างชาติโดนด้วย จี้สังคายนาความปลอดภัยในวงการกีฬาเร่งด่วน

ล่วงละเมิดนักกีฬา กลายเป็นประเด็นร้อนที่สั่นสะเทือนวงการกีฬาไทยและอาเซียน หลังมีการเปิดเผยข้อมูลลับจากการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพเมื่อเดือนธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา โดย “เก๋” ดร.สุวรรณา ศิลปอาชา รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ได้เปิดเผยข้อมูลสะเทือนใจภายหลังพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ยกระดับมาตรฐาน Safeguarding in Sport เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 ว่า พบกรณีการคุกคามและล่วงละเมิดนักกีฬาหญิงรวมถึงเจ้าหน้าที่ประสานงาน (เลซอง) สูงถึง 10 รายในระหว่างช่วงการแข่งขัน

ดร.สุวรรณา ระบุว่าในจำนวนผู้เสียหายทั้ง 10 เคสนั้น มีความหลากหลายตั้งแต่นักกีฬาไทยไปจนถึงบุคลากรสนับสนุน และที่น่าตกใจที่สุดคือมีนักกีฬาหญิงชาวต่างชาติรวมอยู่ด้วย 1 ราย ซึ่งลักษณะการกระทำความผิดมีหลายระดับ ตั้งแต่การล่วงละเมิดทางวาจา การคุกคามที่ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจ ไปจนถึงกรณีที่เข้าข่ายพยายามล่วงละเมิดทางร่างกาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อสมาธิและสภาพจิตใจของผู้เสียหายเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม คณะทำงานได้เร่งเข้าประสานงานเพื่อให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นจนนักกีฬาสามารถกลับลงสนามแข่งขันได้ตามปกติ

ช็อก! ซีเกมส์ไทยพบ 10 เคสล่วงละเมิดนักกีฬา-เลซองสาวต่างชาติ

เปิดเบื้องหลังการจัดการ 10 เคสฉาวซีเกมส์ เน้นทางออกละมุนละม่อม

แม้จะเป็นประเด็นที่รุนแรง แต่ในระหว่างการแข่งขันซีเกมส์ที่ผ่านมา ข้อมูลเหล่านี้ถูกจัดการเป็นการภายในเพื่อรักษาบรรยากาศการแข่งขันและชื่อเสียงของประเทศ โดย ดร.สุวรรณา ได้อธิบายถึงแนวทางการบริหารจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นดังนี้

  • การแก้ไขในเชิงป้องกัน: คณะทำงานเลือกใช้วิธีการพูดคุยและปรับเปลี่ยนหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่เป็นคู่กรณี เพื่อลดการเผชิญหน้าและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ

  • เหตุผลที่ไม่แจ้งความ: เพื่อไม่ให้เกิดดราม่าหรือผลกระทบในวงกว้างระหว่างการแข่งขัน และหลีกเลี่ยงการจ่ายเงินเยียวยาที่อาจถูกมองในแง่ลบ แต่เน้นไปที่การฟื้นฟูสภาพจิตใจนักกีฬาแทน

  • การคุ้มครองผู้เสียหาย: จะไม่มีการเปิดเผยชื่อชนิดกีฬา หรือสัญชาติของนักกีฬาต่างชาติที่ได้รับผลกระทบ เพื่อเป็นการปกป้องศักดิ์ศรีและอนาคตของตัวนักกีฬาเอง

  • ยกระดับ Safeguarding: เหตุการณ์นี้กลายเป็นบทเรียนสำคัญที่นำไปสู่การเซ็น MOU ในครั้งนี้ เพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัย (Safeguarding) ให้เป็นรูปธรรมในทุกสมาคมกีฬา

ดร.สุวรรณา กล่าวเน้นย้ำว่า ทุกกรณีมีการเข้าไปจัดการแก้ไขอย่างทันท่วงที เพราะต้องการให้การแข่งขันเดินหน้าไปได้โดยที่นักกีฬายังมีความรู้สึกปลอดภัยและมีศักดิ์ศรี แต่เหตุการณ์นี้ถือเป็นสัญญาณเตือนว่าต้องมีมาตรการที่เข้มงวดกว่าเดิม

การเปิดเผยข้อมูลในครั้งนี้ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนและคนในวงการกีฬาเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นการยอมรับอย่างตรงไปตรงมาถึงปัญหา "ด้านมืด" ในมหกรรมกีฬาที่มักถูกปิดบังไว้ โดยมาตรฐาน Safeguarding in Sport ที่กำลังจะถูกนำมาใช้หลังจากนี้ จะมุ่งเน้นไปที่การสร้างกลไกการร้องเรียนที่ปลอดภัย การฝึกอบรมบุคลากรให้มีความเข้าใจเรื่องสิทธิและการเคารพซึ่งกันและกัน เพื่อให้แน่ใจว่าในอนาคต ประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพหรือผู้ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขัน จะไม่มีเหตุการณ์ล่วงละเมิดเช่นนี้เกิดขึ้นอีก และเพื่อเป็นการคืนความเชื่อมั่นให้กับผู้ปกครองและนักกีฬาทุกระดับ