svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

"แบลตเตอร์" หนุนบอยคอตฟุตบอลโลกในสหรัฐฯ ฉะนโยบายทรัมป์ทำพัง

27 ม.ค. 2569

เซปป์ แบลตเตอร์ อดีตประธานฟีฟ่า ออกโรงหนุนแฟนบอลบอยคอต ฟุตบอลโลก 2026 ในสหรัฐฯ ชี้พฤติกรรม โดนัลด์ ทรัมป์ และคำสั่งแบนการเดินทางทำลายจิตวิญญาณกีฬาและบรรยากาศการแข่งขัน

ฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐอเมริกาเป็นเจ้าภาพร่วมกับแคนาดาและเม็กซิโก กำลังเผชิญกับกระแสต่อต้านครั้งใหญ่ เมื่อ เซปป์ แบลตเตอร์ อดีตประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) ออกมาสนับสนุนข้อเสนอให้แฟนบอลทั่วโลกบอยคอตการแข่งขันในสหรัฐฯ โดยแบลตเตอร์ระบุว่านโยบายและการดำเนินงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทั้งในและต่างประเทศ ทำให้สหรัฐฯ ขาดความเหมาะสมในการเป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมวลมนุษยชาติ

กระแสดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นมาจากความเห็นของ มาร์ก พีธ ทนายความชื่อดังและผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อต้านคอร์รัปชันชาวสวิตเซอร์แลนด์ ที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อในบ้านเกิดว่า แฟนบอลควร "อยู่ห่างจากสหรัฐฯ" เนื่องจากความเสี่ยงในการถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองส่งตัวกลับทันทีหากไม่เป็นที่พอใจของทางการ ซึ่งแบลตเตอร์ได้นำความเห็นดังกล่าวมาโพสต์บนแพลตฟอร์ม X พร้อมระบุว่าเขาเห็นด้วยอย่างยิ่งที่พีธออกมาตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่ตึงเครียด

ชนวนเหตุความขัดแย้งและมาตรการแบนแฟนบอลของรัฐบาลทรัมป์

ความกังวลของประชาคมฟุตบอลโลกที่มีต่อสหรัฐอเมริกานั้นพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีสาเหตุหลักมาจากนโยบายสุดโต่งของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ส่งผลกระทบต่อแฟนบอลและภาพลักษณ์ของกีฬา ดังนี้

  • คำสั่งแบนการเดินทาง (Travel Ban): รัฐบาลทรัมป์ประกาศสั่งแบนพลเมืองจากเซเนกัลและไอวอรีโคสต์ สองมหาอำนาจลูกหนังจากแอฟริกา ทำให้แฟนบอลไม่สามารถเดินทางมาเชียร์ทีมรักได้หากไม่มีวีซ่าอยู่ก่อนแล้ว โดยอ้างเหตุผลเรื่องระบบการคัดกรองที่บกพร่อง

  • การกีดกันแฟนบอลชาติอื่น: แฟนบอลจากอิหร่านและเฮติ ซึ่งผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกเช่นกัน ก็ถูกสั่งห้ามเข้าประเทศภายใต้มาตรการแบนการเดินทางชุดแรกของรัฐบาล

  • ประเด็นภูมิรัฐศาสตร์: ท่าทีของทรัมป์ในกรณีพยายามขยายอิทธิพลเหนือเกาะกรีนแลนด์ และการใช้มาตรการรุนแรงจัดการกับผู้อพยพและผู้ประท้วงในเมืองใหญ่ เช่น มินนิอาโปลิส สร้างความไม่พอใจอย่างมากต่อแฟนบอลต่างชาติ

  • เสียงสะท้อนจากเยอรมนี: โอเกอ เกิตต์ลิช รองประธานสหพันธ์ฟุตบอลเยอรมัน (DFB) ระบุว่าถึงเวลาแล้วที่ประชาคมฟุตบอลต้องพิจารณาเรื่องการบอยคอตอย่างจริงจัง

ความขัดแย้งเหล่านี้ทำให้ฟุตบอลโลกที่ควรจะเป็นการเฉลิมฉลองความหลากหลาย กลายเป็นเวทีแห่งการแบ่งแยกและการจำกัดสิทธิเสรีภาพ จนทำให้นักบริหารฟุตบอลระดับโลกหลายคนเริ่มแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการปล่อยให้สหรัฐฯ ดำเนินการจัดงานในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยการกีดกันเช่นนี้

สำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน - 19 กรกฎาคม โดยเป็นการร่วมมือกันของสามประเทศในอเมริกาเหนือ อย่างไรก็ตาม กระแสการบอยคอตที่นำโดยบุคคลระดับ เซปป์ แบลตเตอร์ และเสียงสะท้อนจากชาติมหาอำนาจลูกหนังในยุโรปและแอฟริกา อาจส่งผลกระทบต่อจำนวนยอดขายตั๋วและลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดอย่างมีนัยสำคัญ หากรัฐบาลสหรัฐฯ ยังไม่มีการผ่อนปรนมาตรการด้านการตรวจคนเข้าเมืองเพื่อให้แฟนบอลทุกชาติสามารถเข้าถึงการแข่งขันได้อย่างเท่าเทียมตามหลักการของฟีฟ่า