svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

แมนยูประกาศตั้ง "ไมเคิล คาร์ริค" คุมทัพจนจบซีซั่น - ภารกิจล่าตั๋ว UCL

14 ม.ค. 2569

"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เลือก "ไมเคิล คาร์ริค" อดีตมิดฟิลด์ระดับตำนานคัมแบ็กคุมทีมลุยศึกพรีเมียร์ลีกที่เหลือจนจบฤดูกาล แทนที่ รูเบน อโมริม ที่ถูกปลดไป หวังอาศัย DNA ผู้ชนะกู้ซากซีซั่นที่ล้มเหลว ประเดิมงานหินศึก "แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้" เสาร์นี้

สโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตัดสินใจเลือกเส้นทางที่คุ้นเคยเพื่อแก้วิกฤตฟอร์มการเล่นที่ตกต่ำ ด้วยการประกาศแต่งตั้ง ไมเคิล คาร์ริค อดีตกองกลางระดับตำนานของสโมสร เข้าดำรงตำแหน่งเฮดโค้ชคนใหม่อย่างเป็นทางการเมื่อวันอังคารที่ 13 มกราคม 2569 โดยมีสัญญาจนถึงสิ้นสุดฤดูกาลปัจจุบัน

การแต่งตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากบอร์ดบริหารพิจารณาแคนดิเดตหลายราย รวมถึงอดีตนายใหญ่อย่าง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ที่มีข่าวว่าได้เข้ารับการสัมภาษณ์ด้วยเช่นกัน แต่สุดท้ายสโมสรเลือกความสดใหม่ของคาร์ริค ซึ่งเคยฝากผลงานการเป็นกุนซือขัดตาทัพได้อย่างยอดเยี่ยม (ไม่แพ้ใครเลยใน 3 นัด) หลังยุคโซลชาเมื่อปี 2021 มาเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจ

DNA ผู้ชนะ: คาร์ริคพร้อมปลุกใจแข้งปีศาจแดง

คาร์ริค วัย 44 ปี คือหนึ่งในนักเตะที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในยุคของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน โดยคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกถึง 5 สมัย และยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก อีก 1 สมัย ตลอดระยะเวลา 12 ปีในสีเสื้อยูไนเต็ด เขาให้สัมภาษณ์หลังรับตำแหน่งด้วยความมั่นใจว่า

"ผมรู้ดีว่าการจะประสบความสำเร็จที่นี่ต้องทำอย่างไร โฟกัสของผมในตอนนี้คือการช่วยให้นักเตะกลับไปสู่มาตรฐานที่สโมสรอันน่าทึ่งแห่งนี้คาดหวัง ซึ่งผมเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมว่ากลุ่มนักเตะชุดนี้มีศักยภาพเพียงพอที่จะทำได้"

ทางด้าน เจสัน วิลค็อกซ์ ผู้อำนวยการฟุตบอลของทีม ระบุว่าคาร์ริคคือโค้ชที่ยอดเยี่ยมและเข้าใจวัฒนธรรมสโมสรอย่างลึกซึ้ง ซึ่งจะช่วยให้ทีมรักษาเสถียรภาพในช่วงที่เหลือของฤดูกาล ขณะที่สโมสรยังคงดำเนินการสรรหากุนซือถาวรในระยะยาวต่อไป

งานหินรออยู่: โปรแกรมสุดโหดและการล่าตั๋วแชมเปียนส์ลีก

แม้จะได้รับความไว้วางใจ แต่ภารกิจของคาร์ริคถือว่า "เข้าขั้นวิกฤต" แมนยูในขณะนี้ร่วงมาอยู่อันดับ 7 ของตารางพรีเมียร์ลีก และเพิ่งตกรอบเอฟเอ คัพ ด้วยน้ำมือของไบรท์ตัน ทำให้โอกาสคว้าแชมป์ในฤดูกาลนี้แทบจะหมดสิ้นไป เหลือเพียงภารกิจเดียวที่สำคัญที่สุดคือ การทำอันดับติด Top 4 เพื่อไปลุยยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก

โปรแกรม 2 นัดแรกของคาร์ริคถือเป็นการ "รับน้อง" ที่หนักที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยในวันเสาร์นี้เขาต้องเปิดบ้านรับมือคู่ปรับร่วมเมืองอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมอันดับ 2 ของตาราง ก่อนที่จะต้องบุกไปเยือนจ่าฝูงอย่าง อาร์เซนอล ในสุดสัปดาห์ถัดไป ซึ่งผลการแข่งขันใน 2 นัดนี้อาจเป็นตัวชี้วัดอนาคตของเขากับทีมในระยะยาวว่าจะสามารถก้าวขึ้นมาเป็นกุนซือถาวรได้หรือไม่