svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

'เซเมนโย' ซัดต่อเนื่องนำเรือใบบุกดับสาลิกา 2-0 จ่อลิ่วชิงคาราบาว คัพ

14 ม.ค. 2569

อองตวน เซเมนโย แข้งใหม่ค่าตัวแพง แผลงฤทธิ์ซัดประตูต่อเนื่องพา "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกกำชัยเหนือ "แชมป์เก่า" นิวคาสเซิล ถึงถิ่น 2-0 ในศึกคาราบาว คัพ รอบรองชนะเลิศ นัดแรก กุมความได้เปรียบมหาศาลก่อนกลับไปเล่นที่เอติฮัดเดือนหน้า

การแข่งขันฟุตบอลคาราบาว คัพ (EFL Cup) รอบรองชนะเลิศ นัดแรก เมื่อคืนวันอังคารที่ 13 มกราคม 2569 ณ สนามเซนต์ เจมส์ พาร์ค "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ภายใต้การนำทัพของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ก้าวเข้าใกล้เกมนัดชิงชนะเลิศเข้าไปทุกที หลังจากบุกมาเอาชนะ "สาลิกาดง" นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด แชมป์เก่าจากฤดูกาลที่แล้วไปได้ด้วยสกอร์ 2-0

พระเอกของงานในค่ำคืนนี้ยังคงเป็น อองตวน เซเมนโย กองหน้าตัวใหม่ที่เพิ่งย้ายมาจากบอร์นมัธเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากประเดิมประตูแรกในเกมเอฟเอ คัพ ที่ถล่มเอ็กเซเตอร์ 10-1 เมื่อสุดสัปดาห์ เซเมนโยก็มาโชว์ความเฉียบคมต่อเนื่องด้วยการซัดประตูเบิกร่องให้ทีมในนาทีที่ 53 จากการเข้าชาร์จจ่อๆ หน้าประตู ส่งให้ทีมเยือนทะยานนำ 1-0

เซเมนโยเกือบจะสร้างชื่อได้ยิ่งใหญ่กว่าเดิมเมื่อเขาสามารถส่งลูกไขว้หลังสุดมหัศจรรย์เข้าประตูไปได้ แต่หลังจากเช็ก VAR อย่างละเอียดเป็นเวลานาน ผู้ตัดสินตัดสินใจริบคืนเนื่องจาก เออร์ลิง ฮาลันด์ อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าไปก่อนเพียงนิดเดียวเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เซเมนโยกล่าวหลังเกมด้วยความมั่นใจว่า "สภาพแวดล้อมที่นี่สมบูรณ์แบบมาก ทุกคนมีความมั่นใจและต้องการสิ่งที่ดีที่สุด ซึ่งมันช่วยให้ผมปรับตัวได้เร็วและรู้สึกอบอุ่นมาก"

แชมป์เก่าหลังพิงฝา! "แชร์กี" ยิงฝังนาทีสุดท้ายดับฝันสาลิกา

ทางด้านนิวคาสเซิลของ เอ็ดดี้ ฮาว พยายามสู้สุดใจเพื่อรักษาโอกาสในการป้องกันแชมป์ และเกือบจะตีเสมอได้หลายครั้ง โดยเฉพาะจังหวะโชคร้ายในครึ่งหลังที่ทั้ง โยอัน วิสซ่า และ บรูโน กิมาไรส์ ยิงไปชนคานและเสาประตูภายในเวลาห่างกันเพียงไม่กี่วินาที ทำให้แฟนบอลในเซนต์ เจมส์ พาร์ค ต้องลุ้นกันตัวโก่ง

ทว่าในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 90+8 แมนฯ ซิตี้ มาได้ประตูย้ำชัยชนะจากตัวสำรองอย่าง รายาน แชร์กี ที่ซัดบอลผ่านมือ นิค โป๊ป เข้าไปอย่างเยือกเย็น จบเกมแมนฯ ซิตี้ บุกมาเอาชนะไปได้ 2-0 กุมความได้เปรียบมหาศาลก่อนจะกลับไปเล่นนัดที่สองที่เอติฮัด สเตเดี้ยม ในเดือนกุมภาพันธ์

ชัยชนะนัดนี้ทำให้แมนฯ ซิตี้ ยังคงอยู่ในเส้นทางลุ้นกวาด 4 แชมป์ในฤดูกาลนี้ (พรีเมียร์ลีก, แชมเปียนส์ลีก, เอฟเอ คัพ และคาราบาว คัพ) หลังจากที่เมื่อฤดูกาลก่อนต้องจบมือเปล่าเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปี ขณะที่นิวคาสเซิลต้องเจองานหนักอึ้งหากหวังจะพลิกสถานการณ์กลับมาเข้าชิงชนะเลิศเพื่อรักษาถ้วยใบนี้ไว้ให้ได้