การแข่งขันฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก (UCL) รอบลีก เฟส นัดล่าสุด เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น) สโมสรจากพรีเมียร์ลีก ต้องพบกับผลการแข่งขันที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยมี ลิเวอร์พูล ที่เผชิญกับความตกต่ำอย่างต่อเนื่อง
ลิเวอร์พูล ฝันร้ายคาแอนฟิลด์ - โดน พีเอสวี บุกยิง 4 ลูก
ลิเวอร์พูล ของ อาร์เน่อ ชล็อต พบกับความพ่ายแพ้เป็นนัดที่ 3 ติดต่อกันรวมทุกรายการ หลังเปิดบ้านแพ้ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น 1-4 โดยชล็อตเลือกใช้ผู้เล่นชุดเดิมเกือบทั้งหมด แต่ก็ต้องพบกับเรื่องที่คุ้นเคยคือการเสียประตูแรกตั้งแต่นาทีที่ 5 จากลูกจุดโทษของ อิวาน เปริซิช (เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ทำแฮนด์บอล)
แม้ โดมินิค โซโบซไล จะยิงตีเสมอ 1-1 ได้ก่อนจบครึ่งแรก แต่ในครึ่งหลัง พีเอสวี ก็ยิงรัว 3 ประตูจาก กุส ทิล และสำรองอย่าง คูฮาอิบ ดริอูช ที่ยิงคนเดียว 2 ลูก ทำให้ ลิเวอร์พูล เสีย 3 ประตูขึ้นไป 3 นัดติดต่อกันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1992 และแพ้ถึง 9 จาก 12 นัดหลังสุด
คำกล่าวชล็อต: ชล็อตยอมรับว่า "เราต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่เราอยู่ และต้องสู้ให้หนักจริง ๆ" ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ทำให้ ลิเวอร์พูล หล่นไปอยู่อันดับ 13 ในตาราง UCL
อาร์เซนอล ฟอร์มร้อนแรง - โค่น บาเยิร์น ขึ้นจ่าฝูง
อาร์เซนอล โชว์ฟอร์มที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง ด้วยการเปิดบ้านเอาชนะ บาเยิร์น มิวนิค 3-1 ทำลายสถิติไร้พ่ายเกมเยือน 21 นัดของบาเยิร์น และขึ้นนำเป็นจ่าฝูงของ UCL ลีก เฟส ด้วยชัยชนะ 5 นัดรวด
- ประตู: อาร์เซนอลได้ประตูจากลูกโหม่งจากลูกเตะมุมของ เยอร์เรียน ทิมเบอร์ ก่อนจะถูก เลนนาร์ท คาร์ล ดาวรุ่งบาเยิร์นตีเสมอ หลังจากนั้นปืนใหญ่ยิง 2 ประตูรวดจากตัวสำรอง โนนี่ มาดูเอเก้ และ กาเบรียล มาร์ติเนลลี
- แฮร์รี เคน: แนวรับอาร์เซนอลสามารถหยุดกัปตันทีมชาติอังกฤษรายนี้ได้อยู่หมัด โดย แฮร์รี เคน ไม่มีโอกาสยิงประตูเลยแม้แต่ครั้งเดียวตลอด 90 นาที ซึ่งเป็นครั้งแรกในการพบกันระหว่างเขากับ อาร์เซนอล