รายชื่อผู้เข้าชิง ดาวรุ่งยอดเยี่ยม 2024/25
ไรอัน กราเฟนแบร์ก (ลิเวอร์พูล)
มิดฟิลด์วัย 22 ปีคือหัวใจสำคัญในแดนกลางของทีมแชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ เขาคือผู้เล่นเพียงคนเดียวที่มีชื่อเข้าชิงทั้งรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมและดาวรุ่งยอดเยี่ยม ด้วยผลงานตัดเกมถึง 67 ครั้ง แย่งบอลคืน 185 ครั้ง และทำ 4 แอสซิสต์ ถือเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ทำผลงานได้คงเส้นคงวามากที่สุดตลอดทั้งฤดูกาล
กองกลางวัย 23 ปี มีส่วนร่วมกับประตูถึง 23 ลูก (ยิง 15 จ่าย 8) พาทีมขึ้นมาอยู่หัวตารางอย่างน่าประทับใจ พาลเมอร์ยังเป็นหนึ่งในผู้สร้างโอกาสมากที่สุดของลีก (85 ครั้ง) เท่ากับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และเพิ่งกลายเป็นนักเตะคนแรกในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกที่ยิงได้ 4 ประตูในครึ่งแรกของเกมเดียว
แอนโธนี อีลังกา (น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์)
ปีกความเร็วสูงจากสวีเดน สร้างสถิติใหม่กับต้นสังกัดด้วยการทำ 10 แอสซิสต์ ซึ่งมากที่สุดอันดับ 3 ของลีกในฤดูกาลนี้ และกำลังไล่ล่าสถิติสโมสรของ ไบรอัน รอย ที่ทำไว้ในฤดูกาล 1994/95
เลียม ดีแลป (อิปสวิช ทาวน์)
แม้ทีมจะตกชั้น แต่กองหน้าวัย 22 ปีก็โชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจ โดยยิงไป 12 จาก 35 ประตูของทีม คิดเป็น 34.3% ของประตูทั้งหมด เป็นสัดส่วนสูงสุดอันดับ 2 ของลีก รองจาก คริส วู้ด
เซ็นเตอร์แบ็กวัย 20 ปีจากเนเธอร์แลนด์ที่เพิ่งย้ายมาจากยูเวนตุส กลายเป็นหัวใจแนวรับของบอร์นมัธ ด้วยความสูง 6 ฟุต 6 นิ้ว เขามีสถิติเคลียร์บอล 181 ครั้ง และยิง 3 ประตู พาทีมทำแต้มสูงสุดในประวัติศาสตร์ของสโมสรในพรีเมียร์ลีก
ดาวยิงบราซิลเลียนยิงไป 10 ประตู และจ่ายอีก 6 แอสซิสต์ โดยเฉพาะจุดโทษที่ยิงเข้าทั้ง 5 ครั้ง ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่มีความมั่นใจที่สุดในจังหวะสำคัญ
มอร์แกน โรเจอร์ส (แอสตัน วิลล่า)
ดาวรุ่งวัย 22 ปี โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในฤดูกาลเต็มปีแรกกับวิลล่า ทำไป 8 ประตู 9 แอสซิสต์ และเป็น 1 ใน 16 ผู้เล่นที่ยิงเกิน 50 ครั้งและสร้างโอกาสมากกว่า 50 ครั้ง
วิลเลียม ซาลิบา (อาร์เซน่อล)
กองหลังวัย 24 ปีมีชื่อเข้าชิงรางวัลนี้เป็นปีที่สองติดต่อกัน เขาเป็นกำลังหลักในแนวรับของอาร์เซน่อลที่เสียประตูน้อยที่สุดในลีก ด้วยผลงาน 12 คลีนชีต และป้องกันการดวลตัวต่อตัวได้ถึง 79.5% โดยไม่เสียฟาวล์
รายชื่อผู้เข้าชิง ผู้จัดการทีมยอดเยี่ยม 2024/25
อาร์เน่อ ชล็อต (ลิเวอร์พูล)
ฤดูกาลแรกกับหงส์แดงก็สร้างประวัติศาสตร์ทันที เมื่อพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกด้วยเกมที่เหลือถึง 4 นัด กลายเป็นกุนซือดัตช์คนแรกที่ได้แชมป์ลีกสูงสุดอังกฤษ พร้อมพาทีมกลับมาครองบัลลังก์เทียบเท่าแมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยแชมป์ลีกสูงสุด 20 สมัย
นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต (น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์)
กุนซือโปรตุเกสพาทีมพลิกโฉมจากทีมหนีตกชั้นสู่ทีมลุ้นโควตายูฟ่าแชมเปียนส์ลีก พร้อมสร้างประวัติศาสตร์พาฟอเรสต์ไปเล่นฟุตบอลยุโรปในรอบกว่า 30 ปี และคว้ารางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมประจำเดือนถึง 3 ครั้ง มากที่สุดในฤดูกาล
โธมัส แฟรงค์ (เบรนท์ฟอร์ด)
อีกหนึ่งซีซั่นแห่งความสำเร็จของแฟรงค์ที่พาทีมยิงไปถึง 63 ประตู และมีลุ้นจบอันดับสูงสุดในประวัติศาสตร์สโมสร พร้อมโอกาสคว้าตั๋วลุยยุโรปเป็นครั้งแรก
เอ็ดดี้ ฮาว (นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด)
กุนซืออังกฤษพาทีมลุ้นท็อปทู และคว้าแชมป์คาราบาวคัพสำเร็จ ด้วยผลงานชนะถึง 20 นัด ยิงไป 68 ประตู และตั้งเป้าจบอันดับดีที่สุดในรอบกว่า 25 ปี
วิตอร์ เปเรย์ร่า (วูล์ฟแฮมป์ตัน)
เข้ามาคุมทีมในช่วงวิกฤตรั้งอันดับ 19 แต่เปเรย์ร่าพาวูล์ฟส์ชนะถึง 10 จาก 18 นัด พาทีมหนีตกชั้นอย่างเหลือเชื่อ และกลายเป็นขวัญใจแฟนบอลจากความใกล้ชิดกับแฟน ๆ ทั้งในและนอกสนาม