ส่วน “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา นักบิดชาวไทยคนแรกใน โมโตจีพี จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า แอลซีอาร์ ทำผลงานจากการซ้อมวันแรก รั้งอันดับ 21 ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 30.286 วินาที ตามหลังจ่าฝูงเพียง 1.266 วินาที โดยถือว่ายกระดับได้อย่างยอดเยี่ยมในสนามแรกของชีวิต ที่ลงแข่งขันใน โมโตจีพี
ขณะที่ผลการซ้อมในรุ่น “โมโตทู เวิลด์ แชมเปียนชิพ” ปรากฏว่า ดิโอโก้ โมเรร่า นักบิดดาวรุ่งชาวบราซิเลียน จาก อิตัลทรานส์ เรซซิ่ง ทีม รั้งจ่าฝูงด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 35.030 วินาที เฉือน มานูเอล กอนซาเลซ คู่แข่งชาวสแปนิชจาก ลิควิด โมลี ไดนาโวลต์ อินแท็ค จีพี อันดับ 2 เพียง 0.058 วินาที ส่วนอันดับ 3 เป็นของ เดนิซ ออนจู นักบิดเติร์กจาก เรดบูล เคทีเอ็ม อาโย ตามหลัง 0.198 วินาที โดยหนึ่งในนักบิดที่ผลงานร้อนแรงได้แก่ มาริโอ อาจี้ นักบิดอินโดนีเซียจาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย ที่จบวันแรกในอันดับ 4 ตามหลัง 0.229 วินาที ตีตั๋วสู่ Q2 ได้สำเร็จ
นอกจากนี้ ยังมีการแข่งขันรุ่นเล็กของชิงแชมป์โลกอย่าง “โมโตทรี เวิลด์ แชมเปียนชิพ” โดยนักบิดไทยอย่าง “ก๊องส์” ธัชกร บัวศรี จาก ฮอนด้า ทีม เอเชีย ที่ยกระดับความเร็วได้แบบก้าวกระโดดในปีที่ 2 รั้งอันดับ 16 จากการซ้อมวันแรก ด้วยเวลา 1 นาที 41.923 วินาที ตามหลังจ่าฝูงอย่าง มัตเตโอ เบอร์เตลลี ดาวรุ่งชาวอิตาเลียนจาก เลเวลอัพ-เอ็มทีเอ เพียง 0.992 วินาที
สำหรับแฟนความเร็วซื้อบัตรได้ที่ บูธ All Ticket บริเวณทางเข้าประตู 1 และ ประตู 2 สนามช้างฯ ส่วนแฟนๆ ที่อยากชมเฉพาะคอนเสิร์ตและร่วมงานส่วนของลานกิจกรรม โดยไม่ชมการแข่งขัน สามารถซื้อบัตร Admission ได้ที่บูธ All Ticket หน้างาน ราคา 100 บาท/วัน หรือเหมา 3 วัน 200 บาท
ทั้งนี้ ศึก พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์ 2025 จะเข้าสู่โปรแกรมการจับเวลารอบควอลิฟาย เพื่อจัดอันดับสตาร์ต และแข่งขันรอบ “สปรินต์เรซ” ในวันเสาร์ที่ 1 มีนาคม และดวลความเร็วรอบ “เมน กรังด์ปรีซ์” ในวันอาทิตย์ที่ 2 มีนาคมแฟนความเร็วรับชมผ่านช่องทาง แอพพลิเคชั่น TrueVisions Now และชมถ่ายทอดสดผ่านช่องทาง True4U ได้ในวันที่ 2 มีนาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 15:00 น. เป็นต้นไป