ในตอนแรก การแต่งตั้งอโมริมได้รับการยกย่องว่าเป็นการเสริมทัพเชิงบริหารที่ยอดเยี่ยม เนื่องจากเขาประสบความสำเร็จอย่างสูงกับสปอร์ติง ลิสบอน โดยพาสโมสรคว้าแชมป์ลีกเป็นครั้งแรกในรอบกว่าทศวรรษ และผลงานอันน่าทึ่งในแชมเปี้ยนส์ลีกอย่างการถล่มแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 4-1 ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงฝีมือของเขา
หลังจากเข้าคุมทัพ "ปีศาจแดง" แม้จะเคยสร้างผลงานน่าประทับใจในการเจอกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ลิเวอร์พูล และ อาร์เซน่อล แต่อโมริมกลับไม่สามารถสร้างอิทธิพลเชิงบวกต่อทีมได้แบบต่อเนื่อง แมนฯ ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทีมของเขาขาดความดุดันในเกมรุก และการที่เขายึดมั่นในระบบ 3-4-2-1 อย่างไม่ยืดหยุ่น กำลังกลายเป็นประเด็นถกเถียงอย่างหนักในหมู่แฟนบอล
อโมริมยึดมั่นในระบบที่เคยประสบความสำเร็จที่สปอร์ติง และเขาปฏิเสธที่จะเปลี่ยนแนวทาง แม้หลายคนจะมองว่านักเตะที่มีอยู่ในทีมแมนฯ ยูไนเต็ดอาจไม่เหมาะกับระบบนี้
กุนซือชาวโปรตุเกสเคยกล่าวไว้ว่า สโมสรจะต้องผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากก่อนที่จะสามารถฟื้นตัวได้ แม้ว่าแฟนบอลและผู้บริหารของยูไนเต็ดยังคงสนับสนุนเขา แต่หากไม่สามารถปรับปรุงผลงานได้ คำวิจารณ์ก็จะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
.....
ขณะที่บางคนชื่นชมอโมริมที่ยังคงยึดมั่นในปรัชญาของตัวเองเพื่อประเมินทีมสำหรับการสู้ศึกฤดูกาลหน้า แต่ก็มีหลายคนเช่นกันที่กำลังตั้งคำถามว่าสิ่งนี้กำลังเป็นการทำร้ายทีมมากกว่าที่จะเป็นผลดีหรือเปล่า
และคำถามนี้กำลังเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆแล้ว ตราบใดที่ผลการแข่งขันยังไม่ดีขึ้น