ก่อนเกมพ่ายแพ้เมื่อวันอาทิตย์ ยูไนเต็ดได้เปิดตัวสองนักเตะใหม่อย่าง แพทริค ดอร์กู และ ไอเดน เฮเวน ต่อหน้าแฟนบอลที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ซึ่งเป็นสองผู้เล่นในตำแหน่งกองหลัง แต่ทุกคนที่ติดตามยูไนเต็ดในฤดูกาลนี้รู้ดีว่าตำแหน่งที่พวกเขาต้องแก้ไขก่อนปิดตลาดคือกองหน้า
แม้ว่า อโมริม จะเลือกใช้ถ้อยคำทางการทูตหลังเกม แต่การจัดทีมของเขาส่งสัญญาณชัดเจนถึง เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ และทีมงานของเขา โดยการดร็อป ราสมุส ฮอยลุนด์ และ โจชัว เซิร์กซี ไว้บนม้านั่งสำรอง พร้อมกับการส่งมิดฟิลด์อย่าง ค็อบบี เมนู ลงเล่นเป็นกองหน้าแบบฟอลส์ไนน์ นั่นเป็นข้อความที่ชัดเจนว่าจริงๆแล้วทีมต้องการกองหน้าที่สามารถทำประตูได้อย่างสม่ำเสมอต่างหาก
เซิร์กซี ยิงได้เพียง 3 ประตูจาก 24 เกมในพรีเมียร์ลีก, การ์นาโช่ ไม่สามารถทำประตูในลีกได้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน, ฮอยลุนด์ ไม่ยิงเลยตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม และ เมนู ยังไม่มีประตูในลีกเลย มีเพียง อาหมัด ดิยัลโล่ เท่านั้นที่ดูมีศักยภาพในลีก ด้วยการทำ 6 ประตูในฤดูกาลนี้
อย่างไรก็ตาม ความผิดพลาดไม่ได้อยู่ที่ผู้เล่นดาวรุ่งเหล่านี้ แต่อยู่ที่ผู้บริหารของยูไนเต็ดที่ยังคงดำเนินนโยบายซื้อตัวที่ต่ำกว่ามาตรฐาน และไม่สามารถใช้กลยุทธ์ที่เป็นระบบในการพัฒนาทีมได้
การเข้ามาของ แรตคลิฟฟ์ เมื่อปีก่อนเคยถูกมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ที่สดใส หลังจากกว่าทศวรรษแห่งความล้มเหลวที่เกิดจากการบริหารงานที่ผิดพลาด และการทุ่มเงินไปกับนักเตะระดับปานกลาง
แต่สุดท้าย แฟนบอลยูไนเต็ดกลับต้องทนเห็นความล้มเหลวเดิม ๆ ที่คุ้นเคยกันดีในยุคหลัง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กับขุมกำลังที่ไม่ได้มาตรฐานเพียงพอสำหรับการแข่งขัน