ฮังการี
- ฟีฟ่า แรงกิ้ง: อันดับ 26
- ผลงานที่ดีที่สุดในยูโร: อันดับ 3 (1964)
- ผลงานรอบคัดเลือก: แชมป์กลุ่มจี สถิติชนะ 5 เสมอ 3 แพ้ 0
- เฮดโค้ช: มาร์โก รอสซี่
- ดาวเด่น: โดมินิค โซโบซไล (ลิเวอร์พูล)
ฮังการีเป็นทีมที่พัฒนาขึ้นมาอย่างรวดเร็วในช่วงหลัง จากการคว้าตั๋วลุยศึกฟุตบอลโลกและฟุตบอลยูโรอย่างต่อเนื่อง และศึกยูโรครั้งนี้พวกเขาก็มีเป้าหมายที่จะผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ให้ได้เช่นกัน
หลังจากที่ไม่ผ่านเข้ารอบยูโรมาตั้งแต่ปี 1972 ซึ่งพวกเขาคว้าอันดับ 4 ฮังการีกลับเข้าสู่ทัวร์นาเมนต์ในปี 2016 และเข้าถึงรอบ 16 ทีมสุดท้าย ก่อนที่ มาร์โก รอสซี่ จะเข้ามาคุมทัพในปี 2018 และเขาทำให้พวกเขาผ่านเข้ารอบทั้งยูโร 2020 และครั้งนี้ โดยในยูโร 2020 ฮังการีสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการแบ่งแต้มกับทีมยักษ์ใหญ่อย่าง ฝรั่งเศส และ เยอรมนี ได้ เพียงแต่ยังไม่ดีพอที่จะเข้ารอบ
นั่นเป็นลางดีสำหรับทีมของรอสซี่ก่อนการแข่งขันที่ดุเดือดมากขึ้นในเยอรมนีครั้งนี้ และเกมเปิดสนามของพวกเขากับสวิตเซอร์แลนด์ก็ถือเป็นเกมสำคัญมาก เพราะน่าจะเป็นเกมที่ชี้ชะตาได้เลยว่าโอกาสเข้ารอบของพวกเขาจะมีมากแค่ไหน
ส่วนผลงานช่วงหลัง ฮังการีทำผลงานดีเยี่ยม เอาชนะอังกฤษในเนชั่นส์ลีกมาแล้ว 2 ครั้งเมื่อปี 2022 รวมถึงไม่แพ้ใครมา 14 เกมติดต่อกันแล้ว
โดมินิค โซโบซไล สตาร์จากลิเวอร์พูล เป็นนักเตะที่เป็นทุกอย่างสำหรับฮังการีชุดนี้ เรียกว่าทีมจะชนะหรือแพ้ก็อยู่ที่ฟอร์มของเขาในเกมนั้นๆก็ว่าได้ อีกจุดที่ถือเป็นจุดเด่นก็คือแนวรับที่แข็งแกร่ง รวมถึงกองหน้าที่มี โรลันด์ ซัลลอย จากไฟร์บวร์กเป็นตัวชูโรง ทำให้คุ้นเคยกับนักเตะเยอรมันเป็นอย่างดี ขณะที่ ดาเนียล กัซดาก กองหน้าจาก ฟิลาเดลเฟีย ยูเนี่ยน ก็น่าจับตาเช่นกัน หลังตะบันไป 10 ประตูจาก 14 นัดในลีก MLS
สวิตเซอร์แลนด์
- ฟีฟ่า แรงกิ้ง: อันดับ 19
- ผลงานที่ดีที่สุดในยูโร: รอบก่อนรองชนะเลิศ
- ผลงานรอบคัดเลือก: รองแชมป์กลุ่มไอ สถิติชนะ 4 เสมอ 5 แพ้ 1
- เฮดโค้ช: มูรัต ยาคิน
- ดาวเด่น: เซกี้ อัมดูนี่ (เบิร์นลี่ย์)
จากทีมเล็กๆที่ถูกมองข้าม ตอนนี้ สวิตเซอร์แลนด์ กลายเป็นขาประจำในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ไปแล้ว หลังเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลยูโรได้ถึง 6 จาก 8 ครั้งหลังสุด และตอนนี้ถูกมองว่าเป็นทีมเต็งที่จะผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ของกลุ่มนี้ควบคู่ไปกับเยอรมนี
อย่างไรก็ตามผลงานของสวิตเซอร์แลนด์ในช่วงหลังถือว่าย่ำแย่ ชนะเพียง 2 จาก 9 นัดหลังสุด และเกือบจะไม่ผ่านเข้ารอบมาด้วยซ้ำ หลังแพ้โรมาเนียและทำได้แค่เสมอกับ โคโซโว อิสราเอล และเบลารุส
สวิตเซอร์แลนด์ชุดนี้มีจุดเด่นที่แนวรับอันแข็งแกร่ง มีทั้ง มานูเอล อคานจี (แมนฯซิตี้), ฟาเบียน ชาร์ (นิวคาสเซิ่ล) รวมถึง 2 นายทวารฝีมือดีอย่าง เกรกอร์ โคเบล (ดอร์ทมุนด์) และ ยานน์ ซอมเมอร์ (อินเตอร์) แถมยังมีกองกลางตัวตัดเกมอย่าง กรานิต ชาก้า (เลเวอร์คูเซ่น) อีกราย
ส่วนแนวรุก เซกี้ อัมดูนี่ ของเบิร์นลี่ย์ ทำผลงานได้ดีในรอบคัดเลือก ยิงถึง 6 ประตู เป็นดาวซัลโวของกลุ่ม นอกจากนี้ก็ยังมี บรีล เอ็มโบโล (โมนาโก) และโนอาห์ โอคาฟอร์ (มิลาน) เป็นกำลังเสริม
สำหรับกลุ่มเอ เกมระหว่างสกอตแลนด์ ฮังการี และสวิตเซอร์แลนด์ น่าจะเป็นการแย่งชิงโอกาสเข้ารอบที่สนุกสูสี ส่วน เยอรมนี ใช่ว่าจะเข้ารอบแบเบอร์ เพราะคู่แข่งของพวกเขาพร้อมจะสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยกันทั้งนั้น