1. การเสีย "แฮร์รี่ เคน"
ก่อนฤดูกาล 2023/24 จะเริ่มขึ้น สเปอร์ส จำเป็นต้องปล่อยตัว แฮร์รี่ เคน เครื่องจักรแห่งการทำประตูและเป็นตำนานของสโมสรออกไปอยู่กับ บาเยิร์น มิวนิค ตามความต้องการของตัวนักเตะที่อยากจะคว้าแชมป์ให้ได้สักครั้งก่อนแขวนสตั๊ด
แน่นอนว่าการเสีย แฮร์รี่ เคน ออกไป ทำให้ทุกคนต่างคาดการณ์ไว้แล้วว่า สเปอร์ส จะต้องเจอวิกฤต เพียงแต่ปัญหาที่ใหญ่กว่านั้นก็คือพวกเขาเสียดาวยิงที่ดีที่สุดของทีมไปในช่วงโค้งสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะ ทำให้ไม่สามารถหากองหน้าตัวเป้าคนใหม่มาแทนที่ได้ทันเวลา และนั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ทีมต้องปรับเปลี่ยนแท็กติกในแนวรุกไปตลอดทั้งซีซั่น
2. แท็กติกของกุนซือ
อังเก้ ปอสเตโคกลู ชื่นชอบกับสไตล์การเล่นที่เพรสซิ่งอย่างหนักหน่วงตั้งแต่แดนบนตลอด 90 นาที จุดอ่อนในเกมรับ (หากมี) เจ้าตัวก็ยินดีที่จะปล่อยผ่านตราบใดที่ยังยิงประตูได้มากกว่าคู่แข่ง
ไม่ใช่เรื่องผิดหากยังได้ผลลัพธ์ตามต้องการ แต่เมื่อถึงวันที่กองหน้ายิงประตูไม่ได้ เมื่อนั้น จุดอ่อนในแนวรับก็จะถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงในทันที
เช่นในปัจจุบัน นักวิจารณ์หลายคนต่างมองว่า สเปอร์ส ป้องกันลูกตั้งเตะได้แย่มาก สถิติตลอดทั้งฤดูกาลฟ้องชัดเจนว่า "ไก่เดือยทอง" เป็นทีมที่เสียประตูจากลูกตั้งเตะมากที่สุดในลีก (15 ประตู) รวมถึงการเสียประตูจากลูกเตะมุมถึง 6 ลูกด้วย
ความเหนื่อยล้าก็เป็นอีกปัจจัยที่ชัดเจน เนื่องจากสไตล์การเล่นที่ต้องใช้พลังสูงของเขาส่งผลกระทบต่อนักเตะบางคนในทีม โดยเฉพาะการต่อสู้ระระยาวแบบฟุตบอลลีก อีกทั้งยังต้องเจอกับสถานการณ์ที่ต้องเสียแข้งหลายรายไปกลางฤดูกาล โดย ซน ฮึง-มิน, อีฟส์ บิสซูม่า และ ป๊าป มาตาร์ ซาร์ ต้องกลับไปรับใช้ชาติลุยศึก เอเชียน คัพ และแอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ นานร่วมเดือน และกลับมาลอนดอนด้วยพลังงานที่หดหาย ผลกระทบจากเรื่องนี้ทำให้ทีมอ่อนล้าทั้งร่างกายและจิตใจ