ปิดฉากความวุ่นวาย "ดูบอลโลกฟรี" กับกฎ Must Have เจ้าปัญหา
03 เม.ย. 2567
การดูบอลโลกของคนไทยกำลังจะเปลี่ยนไป หลัง กสทช. มีมติเอกฉันท์ ตัด "ฟุตบอลโลก" ออกจากกฎ Must Have ปัญหาของกฎนี้อยู่ที่ตรงไหน ที่ผ่านมาคนไทยได้ดูบอลโลกกันอย่างไร Nation STORY ขอย้อนความอีกครั้ง
ในฟุตบอลโลก 2010 การถ่ายทอดสดเป็นไปอย่างไม่มีปัญหา อาร์เอส ถ่ายทอดสดผ่านฟรีทีวีและหารายได้จากโมเดลธุรกิจแบบเดียวกับฟุตบอลโลก 2 ครั้งที่ผ่านมา แต่ปัญหาเริ่มเกิดขึ้นเมื่อมีการตั้งกฎ Must Have & Must Carry ที่กลายเป็นการทำให้ไม่มีใครกล้าลงทุน จนคนไทยเกือบพลาดดูบอลโลกไปหลายต่อหลายครั้ง กฎ Must Have & Must Carry คืออะไร
ในปี พ.ศ. 2555-2556 (ค.ศ. 2012-2013) คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ออกหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการออกอากาศโทรทัศน์ภาคพื้นดิน 2 ฉบับ คือ หลักเกณฑ์รายการโทรทัศน์สําคัญที่ให้เผยแพร่ได้เฉพาะทางฟรีทีวี (Must Have) และ หลักเกณฑ์การเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไป (Must Carry)
Must Have "ต้องได้ดูฟรี"
สำหรับกฎ Must Have มีจุดประสงค์เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการโทรทัศน์ที่มีคุณภาพอย่างเป็นธรรม และเพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของคนด้อยโอกาสให้เข้าถึงหรือรับรู้และใช้ประโยชน์จากรายการของกิจการโทรทัศน์ได้อย่างเสมอภาคกับบุคคลทั่วไป
การแข่งขันฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย (FIFA World Cup Final)
การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ (SEA Games)
การแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ (Asian Games)
การแข่งขันอาเซียนพาราเกมส์ (ASEAN Para Games)
การแข่งขันเอเชียนพาราเกมส์ (Asian Para Games)
การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก (Olympic Games)
การแข่งขันกีฬาพาราลิมปิก (Paralympic Games)
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
Must Carry "ต้องดูได้ทุกแพลตฟอร์ม"
นอกจากกฎ Must Have แล้ว กสทช.ยังได้ออกหลักเกณฑ์การเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไป หรือที่เรียกว่า “Must Carry”
ปัญหาของกฎ Must Have & Must Carry
การออกกฎ Must Have & Must Carry แม้จะเป็นเจตนาที่ดี ที่ต้องการให้ประชาชนคนไทยเข้าถึงข้อมูลข่าวสารอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง แต่กฎดังกล่าวกลับทำให้เกิดปัญหาตามมามากมาย โดยสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ได้เผยแพร่บทความเรื่อง ถอดบทเรียนลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2022 ระบุปัญหาของกฎดังกล่าวไว้ว่า Must Have และ Must Carry ทำให้ภาคเอกชน หรือ เพย์ทีวี ขาดแรงจูงใจในการซื้อลิขสิทธิ์ เนื่องจาก
หลังจากนี้เชื่อว่าการถอดฟุตบอลโลกออกจากกฎ Must Have น่าจะทำให้ภาคเอกชนมีแรงจูงใจในการมองหาช่องทางดำเนินธุรกิจมากขึ้น ซึ่งต้องติดตามกันต่อไปว่า ฟุตบอลโลก 2026 ที่เยอรมนี จะมีเอกชนเจ้าใดคว้าลิขสิทธิ์ไปครอง และจะถ่ายทอดสดให้แฟนบอลชาวไทยได้รับชมกันในรูปแบบใด