การห้ำหั่นกันในวงการลูกหนัง และ "จุดเปลี่ยน" ในกลางยุค 90
หากนับเฉพาะในวงการฟุตบอลช่วงทศวรรษที่ 70-80 ต้องยอมรับว่า อาดิดาส ยังครองความยิ่งใหญ่เหนือกว่า ไนกี้ อยู่หลายช่วงตัว โดยเฉพาะในยุโรปซึ่งเป็นตลาดด้านฟุตบอลที่ใหญ่ที่สุด เนื่องจากเป็นทวีปที่มีการแข่งขันระดับสโมสรที่ได้รับความนิยมอย่างสูงจากคนดูทั่วทุกมุมโลก
อาดิดาส ก้าวขึ้นเป็นผู้นำของผลิตภัณฑ์ฟุตบอลได้ด้วยการเซ็นสัญญากับ FIFA ในการเป็นสปอนเซอร์ฟุตบอลโลกตั้งแต่ปี 1970 และก็มีสายสัมพันธ์ทั้งกับ FIFA และ UEFA เป็นอย่างดีมาตลอดนับจากนั้น ทั้งชุดแข่งของทีมชาติและสโมสร รวมถึงรองเท้าของนักฟุตบอลในยุคนั้น มากกว่า 80% ต่างใช้แบรนด์ของ อาดิดาส ทั้งสิ้น
อย่างไรก็ตาม กลางทศวรรษที่ 90 สถานการณ์เริ่มเปลี่ยนไป เมื่อ ไนกี้ ทำการวิเคราะห์การตลาดและมองเห็นจุดอ่อนของแบรนด์คู่แข่ง นั่นคือมองว่า อาดิดาส แม้จะมีสินค้าที่เต็มไปด้วยความคลาสสิค ใส่ได้ทุกยุคทุกสมัย แต่มันก็กลายเป็นการทำให้สินค้าดูน่าเบื่อสำหรับคนรุ่นใหม่ไปด้วย ดังนั้น ไนกี้ จึงเดินหน้ารุกคืบสู่กลุ่มลูกค้าที่เป็นคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ สร้างวัฒนธรรมใหม่ในวงการฟุตบอลขึ้นมา โดยนำเอาแนวคิดใหม่ๆ ใส่เข้าไปในผลิตภัณฑ์เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของผู้สวมใส่มากขึ้น เช่น ออกแบบรองเท้าสตั๊ดให้เบาเป็นพิเศษสำหรับนักฟุตบอลสายสปีดที่อยากใช้ความเร็วของตัวเองให้เต็มที่ หรือการออกแบบรองเท้าที่เต็มไปด้วยสีสันแปลกตาเพื่อดึงดูดลูกค้าที่อยากออกนอกกรอบความคิดแบบเดิมๆ เป็นต้น พร้อมด้วยการทุ่มงบมหาศาลไปกับการเซ็นสัญญาเป็นผู้สนับสนุนให้นักฟุตบอลชื่อดังระดับโลก
การรุกตลาดคนรุ่นใหม่และการทุ่มงบการตลาดแบบไม่อั้นของ ไนกี้ ได้ผลเป็นอย่างดี เนื่องจากกลายเป็นการสร้างฐานลูกค้าที่เหนียวแน่นไว้ได้ และยิ่งเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เด็กรุ่นใหม่ก็ยังชื่นชอบในความแปลกตา ส่วนเด็กที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ยังผูกพันกับแบรนด์ตามเดิม แต่เพิ่มเติมด้วยการมีกำลังซื้อที่สูงขึ้น
และการค่อยๆเติบโตขึ้นของ ไนกี้ ก็ทำให้แบรนด์จากสหรัฐฯรายนี้ก้าวเข้ามาเป็นผู้สนับสนุนชุดแข่งทีมชาติมากขึ้นเรื่อยๆ สะท้อนจากการแข่งขันฟุตบอลโลกตลอดช่วง 20-30 ปีที่ผ่านมา ที่มีทีมชาติใส่ชุดแข่งของพวกเขามากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยศึกฟุตบอลโลกปี 1998 มีทีมชาติที่ใส่เสื้อของไนกี้ลงแข่งขันเพียง 6 ทีมเท่านั้น และกระโดดมาเป็น 8 ทีมในปี 2002, 9 ทีมในปี 2010, 10 ชาติในปี 2014, 12 ชาติในฟุตบอลโลก 2018, 13 ชาติในฟุตบอลโลก 2022
และกำลังจะเป็น 14 ชาติในฟุตบอลโลก 2030 หลังได้ "อินทรีเหล็ก" มาเป็นพันธมิตรรายล่าสุด