svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

"วีระเทพ" ยันทำเต็มที่เพื่อซิวแชมป์อีกสมัย ย้ำต้องชนะ-ไม่สนอเวย์โกล

15 ม.ค. 2566

"วีระเทพ ป้อมพันธุ์" แข้งสารพัดประโยชน์ทีมชาติไทย ยืนยันจะเต็มที่เพื่อคว้าแชมป์อีกสมัย พร้อมย้ำว่าเป้าหมายของ "ช้างศึก" คือการชนะสถานเดียวเนื่องจากมองว่า อเวย์โกล ที่ได้มาจากนัดแรกไม่ได้สำคัญนักสำหรับเกมนี้

โดยเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (14 ม.ค.) ฟุตบอลชายทีมชาติไทย ฟื้นฟูร่างกายที่โรงแรมเพื่อเตรียมพร้อมทำศึกชิงแชมป์อาเซียน "เอเอฟเอฟ มิตซูบิชิ อิเล็คทริค คัพ 2022" รอบชิงชนะเลิศ เลกสอง กับ ทีมชาติเวียดนาม

ส่วนอาการบาดเจ็บของ "ธีรศิลป์ แดงดา" ต้องเข้า MRI และรอผลตรวจเพื่อประเมินอาการบาดเจ็บจากทีมแพทย์อีกครั้งว่าจะช่วยทีมในนัดที่ 2 ไหวหรือไม่

ด้าน "วีระเทพ ป้อมพันธุ์" นักเตะสารพัดประโยชน์ของทีมชาติไทย กล่าวถึงเกมนี้ว่า "จากปีที่แล้วจนมาถึงตอนนี้มันก็มีความตื่นเต้นเล็กน้อยในการเป็นตัวจริงเกมล่าสุด เพราะตั้งแต่ปิดเลกไทยลีก ก็ไม่ได้สัมผัสเกมเลย แม้จะมีได้ลงอุ่นเครื่องบ้าง แต่ได้ลง 15 นาที"

"ไม่ได้กดดันเท่าไหร่ แม้จะเป็นเกมนัดชิง แต่อาจจะต้องปรับร่างกายกับสภาพสนาม ช่วงแรกก็พยายามปรับตัวอยู่"

"ปีที่แล้วเราเจอเวียดนามในรอบรองฯ ได้ลงประมาณ 5-10 นาที ไม่เคยเจอชุดใหญ่มาก่อน แต่ก็มีนักเตะบางคนที่ได้เจอในซีเกมส์ ก็ได้ศึกษาเขาว่านักเตะแต่ละคนตำแหน่งที่ต้องรับมือ เรามีสเกาท์ส่งข้อมูลมาให้ ได้ดูวิดีโอ วิธีการรับมือเขา แต่ที่สำคัญคือเราต้องพยายามเล่นตามแนวทางของโค้ชทั้ง สไตล์ และแท็คติก เราพยายามทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้เต็มที่"
 

"วีระเทพ" ยันทำเต็มที่เพื่อซิวแชมป์อีกสมัย ย้ำต้องชนะ-ไม่สนอเวย์โกล "เกมหน้าก็ต้องชนะอย่างเดียว เกมเมื่อวานเราเสมอเขา และได้อเวย์โกลมา เกมในบ้าน นัดนี้ผมมองว่าอเวย์โกลไม่ได้สำคัญเท่าไหร่ เกมในบ้านนัดสุดท้าย ด้วยรูปแบบการเล่น ยังไงก็จะทำให้เต็มที่ทุกคน เพราะได้เล่นในบ้านต่อหน้าแฟนบอล และเชื่อว่าเราจะชนะและคว้าแชมป์มาครองได้"

ทีมชาติไทย จะทำศึกฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2022 รอบชิงชนะเลิศ นัดที่สอง พบกับ ทีมชาติเวียดนาม ที่ สนามธรรมศาสตร์  ในวันที่ 16 มกราคม 2566 เวลา 19.30 น. ถ่ายทอดสดทาง MCOT HD 30 และ T-Sports 7
 

ข่าวข้น คนข่าว

ทางแก้ลดค่าการกลั่นทำได้ยาก | ข่าวข้นคนข่าว | 13 มี.ค. 69 | PART 2

ศ.ดร.พรายพล คุ้มทรัพย์ อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้อธิบายกลไกการตั้งราคาการกลั่นน้ำมัน ว่า การตั้งราคากลั่นน้ำมัน นำมาจาก ราคาน้ำมันสุกจากตลาดสิงคโปร์ ลบ ราคาน้ำมันดิบ จะได้ราคากลั่นน้ำมัน ส่วนที่เป็นค่ากลั่นน้ำมัน ซึ่งจะเป็นค่ากำไร หรือ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ รวมอยู่ในค่ากลั่นน้ำมัน และจากการศึกษาในอดีตจากช่วงสงคราม รัสเซีย-ยูเครน ปี 65 พบว่า ในช่วงนั้นราคากลั่นสูง ปรากฎว่า ได้กำไรสูงตาม แต่ไม่ได้สูงมากนัก แต่ในช่วงสถานการณ์ปกติที่ไม่วิกฤติ หรือ ในช่วงโควิด ที่ความต้องการน้ำมันน้อยลง ค่าการกลั่นก็น้อยลงตาม ทำให้โรงกลั่นก็ขาดทุน ตามกลไกตลาด