เนชั่นทีวี

ข่าว

PAWLICY ผนึกกำลังรัฐ-การเมือง รวบรวมข้อเสนอปรับร่าง พ.ร.บ.จัดสวัสดิภาพสัตว์ ฉบับใหม่

07 ต.ค. 2569 | titayu_pur

PAWLICY ผนึกกำลังรัฐ-การเมือง รวบรวมข้อเสนอปรับร่าง พ.ร.บ.จัดสวัสดิภาพสัตว์ ฉบับใหม่

PAWLICY เปิดวงเสวนาปิด รับฟังนักการเมือง หน่วยงานรัฐ นักวิชาการ ผู้ประกอบการ และภาคประชาสังคม ปรับร่าง พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและจัดสวัสดิภาพสัตว์ ฉบับใหม่ ก่อนยื่นเข้าสภา

PAWLICY เปิดวงเสวนาปิด รับฟังนักการเมือง หน่วยงานรัฐ นักวิชาการ ผู้ประกอบการ และภาคประชาสังคม ปรับร่าง พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและจัดสวัสดิภาพสัตว์ ฉบับใหม่ ก่อนยื่นเข้าสภา

KEY

POINTS

  • ดันยกร่างกฎหมายสวัสดิภาพสัตว์ฉบับใหม่: PAWLICY จับมือภาคีเครือข่าย พรรคการเมือง (ประชาชน, ประชาธิปัตย์, เพื่อไทย) และหน่วยงานรัฐ ปรับร่างกฎหมายแก้ปัญหาสัตว์จรจัดก่อนยื่นสภา
  • ขยายกฎหมายเป็น 90 มาตรา ครอบคลุม 13 ประเด็น: อัปเกรดกฎหมายเดิมปี 2557 ที่ใช้มา 12 ปี เพิ่มกลไกควบคุมฟาร์ม ค้าออนไลน์ งบท้องถิ่น และการบังคับใช้กฎหมาย
  • ชูมาตรการบังคับขึ้นทะเบียนและฝังไมโครชิป: กำหนดให้ผู้รับผิดชอบสัตว์ต้องนำสัตว์เลี้ยงไปขึ้นทะเบียนและฝังไมโครชิป เพื่อป้องกันการทอดทิ้งและลดภาระทางสังคมในระยะยาว

7 ตุลาคม 2569  กลุ่ม PAWLICY ร่วมกับภาคีภาคประชาสังคม จัดเสวนากลุ่มปิดรับฟังข้อเสนอแนะจากตัวแทนพรรคการเมืองและหน่วยงานรัฐ เพื่อร่วมกันเสนอแนะและปรับปรุงร่าง พ.ร.บ.สวัสดิภาพสัตว์ ฉบับใหม่ แก้ไขข้อจำกัดของกฎหมายปี 2557 ที่ใช้มานาน 12 ปี แต่ยังไม่สามารถ แก้ปัญหาสัตว์จร ในเชิงโครงสร้างได้ โดยผลักดันการขยายร่างกฎหมายเป็น 90 มาตรา เพิ่มมาตรการบังคับเจ้าของต้องขึ้นทะเบียนและ ฝังไมโครชิปสัตว์ เพื่อหยุดการทอดทิ้งก่อนยื่นเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภ

 

กลุ่มขับเคลื่อนนโยบายสวัสดิภาพสัตว์ PAWLICY ร่วมกับภาคีเครือข่ายภาคประชาชน จัดเสวนากลุ่มปิด "แก้ตรงจุด แก้ปัญหาสัตว์จร ร่วมเสนอแนะโครงสร้างร่าง พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรม และจัดสวัสดิภาพสัตว์ ฉบับใหม่" ณ โรงแรมคอร์ทยาร์ด บาย แมริออท กรุงเทพฯ เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะจาก ผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ก่อนปรับปรุงร่างให้สมบูรณ์และยื่นเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา

 

PAWLICY ระบุว่า พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 ใช้มา 12 ปีแล้ว แต่ยังแก้ปัญหา เชิงโครงสร้างไม่ได้ ทั้งข้อจำกัดด้านงบประมาณท้องถิ่น การไม่มีทะเบียนกลาง การไร้กลไกควบคุมฟาร์มและการค้า ออนไลน์ และปัญหาการบังคับใช้ ร่างฉบับใหม่ขยายจาก 34 มาตรา เป็น 90 มาตรา ครอบคลุม 13 ประเด็นใหม่ โดยเน้นให้ผู้รับผิดชอบสัตว์ต้องขึ้นทะเบียนและฝังไมโครชิป เพื่อไม่ให้ภาระตกเป็นของสังคม

PAWLICY ผนึกกำลังรัฐ-การเมือง รวบรวมข้อเสนอปรับร่าง พ.ร.บ.จัดสวัสดิภาพสัตว์ ฉบับใหม่

 

โดยผู้ร่วมเสวนาส่วนใหญ่เห็นพ้องกับหลักการของร่างฉบับใหม่ โดยเฉพาะการขึ้นทะเบียนสัตว์และฝังไมโครชิป ซึ่ง น.สพ.ชุมพล นาครินทร์ ผู้อำนวยการกองสวัสดิภาพสัตว์ กรมปศุสัตว์ เปรียบเป็น "กระดุมเม็ดแรก" เพราะหาก ฐานข้อมูลตั้งต้นผิด การขอและใช้งบประมาณก็ผิดตามไปทั้งระบบ

 

ด้าน น.สพ.ศิษฏพล เอี่ยมวิสูตร (หมอโอ๊ต) จากสำนักอนามัย กทม. เสนอให้แก้ปัญหาเป็นระบบตั้งแต่ต้นน้ำ คือทะเบียนและไมโครชิป กลางน้ำ คือการทำหมันและวัคซีน ไปจนถึงปลายน้ำ คือศูนย์พักพิงที่ต้องคัดกรองก่อนรับสัตว์

 

ขณะที่ ภูริวรรธก์ ใจสำราญ สส.กรุงเทพมหานคร เขต 12 กล่าวว่า ปัญหาสัตว์จรจัดพบเหมือนกันในทุกเขต และเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่หน่วยงานส่วนกลางและท้องถิ่นต่างคนต่างทำ ยังไม่มีระบบขึ้นทะเบียน ที่แยกสุนัขมีเจ้าของออกจากสุนัขจรจัด จึงเสนอให้ปรับกฎหมายที่เกี่ยวข้องเป็นชุด และสร้างฐานข้อมูลกลาง เชื่อมกรมปศุสัตว์ ท้องถิ่น และ กทม. ในส่วนร่างของ PAWLICY เราชื่นชมการเพิ่มนิยามสัตว์ชุมชนและผู้ดูแลสัตว์ชุมชน

 

เห็นด้วยกับโทษทอดทิ้งสัตว์ตามมาตรา 27 และการขึ้นทะเบียนตามมาตรา 30 และ 32 แต่ขอให้ปรับ เกณฑ์แจ้งสัตว์หายภายใน 72 ชั่วโมงให้ยืดหยุ่น และชี้แจงที่มาของค่าธรรมเนียมฟาร์มสูงสุด 5,000 บาท พร้อมย้ำว่ากฎหมายควรครอบคลุมศูนย์พักพิงและการซื้อขายสัตว์ออนไลน์

 

ในส่วนการควบคุมต้นทาง ณัฐยากร ผู้ประกอบการฟาร์มสุนัข สนับสนุนการคุมใบอนุญาตฟาร์ม ให้สัตวแพทย์ เป็นผู้ฝังไมโครชิปและฉีดวัคซีน และตรวจสุขภาพก่อนส่งมอบ ซึ่งประเมินว่าต้นทุนเพิ่มราว 2,000–3,000 บาทต่อตัว สอดคล้องกับ นารากร (ต๊ะ) ที่ฝากให้ฟาร์มเพาะพันธุ์ต้องได้มาตรฐานเพื่อกำจัดฟาร์มเถื่อน

 

PAWLICY ผนึกกำลังรัฐ-การเมือง รวบรวมข้อเสนอปรับร่าง พ.ร.บ.จัดสวัสดิภาพสัตว์ ฉบับใหม่

ขณะที่ ชุมพล รุ่งวิชานิวัฒน์ จากพรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้ผู้ซื้อได้รับข้อมูลแหล่งที่มา สุขภาพ และภาระการเลี้ยงอย่างครบถ้วน พร้อมย้ำให้ชัดว่าใครรับผิดชอบและงบประมาณมาจากไหน และระบุว่าพรรคจะร่วมผลักดันเรื่องงบประมาณ

 

อย่างไรก็ตาม หลายเสียงย้ำว่า หัวใจอยู่ที่การบังคับใช้และความพร้อมของหน่วยงาน นพณัฐ มีรักษา หัวหน้าฝ่ายนโยบาย พรรคประชาชน เสนอให้แบ่งหน้าที่ระหว่างเจ้าของสัตว์กับรัฐให้ชัด และพิจารณามาตรการจูงใจ เช่น การลดหย่อนภาษีสำหรับผู้รับเลี้ยงสัตว์จากศูนย์พักพิง ส่วน น.สพ.ชุมพล เสนอให้ตั้งหน่วยงานเฉพาะด้านสวัสดิภาพ สัตว์ที่มีอำนาจตามกฎหมาย ไม่ฝากไว้กับกรมปศุสัตว์เพียงลำพัง

 

ด้านบทบาทท้องถิ่น วิทยา โชคเศรษฐกิจ ผู้อำนวยการส่วนนโยบายและแผนกระจายอำนาจ ชี้ว่าท้องถิ่น ไม่กล้าใช้งบประมาณหากกฎหมายไม่ชัดเจน จึงเสนอให้แบ่งอำนาจกรมปศุสัตว์ อบจ. เทศบาล และ อบต. ให้ชัด ส่วน สุรชาติ เทียนทอง จากพรรคเพื่อไทย เสนอให้เริ่มจากการลงทะเบียนก่อนบังคับใช้ และชี้ว่าหมวดกองทุน ทำให้ร่างเข้าข่ายกฎหมายการเงินที่ต้องผ่านความเห็นชอบของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี

 

ส่วน เดชรัต สุขกำเนิด จากพรรคประชาชน เห็นด้วยที่ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้มุ่งเน้นปฏิวัติระบบสวัสดิภาพสัตว์ให้ครอบคลุม มากกว่า แค่การป้องกันการทารุณกรรม โดยพร้อมร่วมผลักดันเรื่องงบประมาณและกองทุน แต่ย้ำให้ออกแบบกลไกที่ปรับแก้ได้ ระบุผู้รับผิดชอบให้ชัดเจนและงบประมาณมาจากไหน พร้อมตั้งข้อห่วงใยในทางปฏิบัติเกี่ยวกับบทบาท อปท., ประสิทธิภาพการบริหารกองทุน, ความปลอดภัยของผู้ดูแลสัตว์ชุมชน และการกำหนดบทลงโทษที่เหมาะสมกับสังคม

 

หลังจากนี้ PAWLICY จะนำข้อเสนอทั้งหมดไปปรับปรุงร่างให้สมบูรณ์ที่สุดก่อนยื่นเข้าสภา ต่อจากการที่เครือข่ายองค์กร สวัสดิภาพสัตว์ 12 องค์กรยื่นหนังสือเรียกร้องให้แก้ไขกฎหมาย เมื่อวันที่ 24 ก.ย. 69 ที่ผ่านมา ผู้สนใจให้ข้อเสนอ เพิ่มเติมติดต่อผ่านช่องทาง Social media ของกลุ่ม โดย PAWLICY เชื่อมั่นว่า การปรับปรุงกฎหมายฉบับนี้ จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีทั้งต่อสวัสดิภาพสัตว์และความปลอดภัยของประชาชน ในอนาคตอย่างแน่นอน

 

PAWLICY ผนึกกำลังรัฐ-การเมือง รวบรวมข้อเสนอปรับร่าง พ.ร.บ.จัดสวัสดิภาพสัตว์ ฉบับใหม่

ข่าวล่าสุด