2 คีย์แมนผนึกกำลัง ปลุกทุนวัฒนธรรมทุ่งสง “เป-ตะ เฟสติวัล”
04 ต.ค. 2569 | prisana_tha

ดร.ถวิลวดี ย้ำ "เมืองรองไม่ใช่ข้อด้อย" รศ.ดร.สุพรรณี ชี้ "ต้องสนุกสไตล์บราซิล!" 2 คีย์แมนผนึกกำลังปลุกทุนวัฒนธรรมทุ่งสง “เป-ตะ เฟสติวัล”
ข่าว
04 ต.ค. 2569 | prisana_tha

ดร.ถวิลวดี ย้ำ "เมืองรองไม่ใช่ข้อด้อย" รศ.ดร.สุพรรณี ชี้ "ต้องสนุกสไตล์บราซิล!" 2 คีย์แมนผนึกกำลังปลุกทุนวัฒนธรรมทุ่งสง “เป-ตะ เฟสติวัล”
KEY
POINTS
4 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อำเภอทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช เปิดงาน “เทศกาลเป-ตะ เฟสติวัล” ครั้งที่ 3 ประจำปี 2569 เมื่อวันที่ 27 ก.ย. 69 ที่หลาดยิบ ถนนชนปรีดา ได้สร้างปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมครั้งสำคัญและยิ่งใหญ่ โดยมีไฮไลต์สำคัญคือ ขบวนแห่หุ่นทองสูง (เป-ตะ) จาก 13 ตำบล ที่สะท้อนวิถีชีวิตและความเชื่อประเพณีสารทเดือนสิบ งานนี้ไม่ใช่เพียงงานเทศกาลประจำปีทั่วไป แต่คือผลผลิตจากบิ๊กโปรเจกต์ งานวิจัยระดับชาติที่มุ่งเป้าเปลี่ยน “เมืองรอง” ให้กลายเป็น “เมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์” และทุนวัฒนธรรม
การขับเคลื่อนครั้งนี้ นำทัพโดยตัวเต็งวงการวิจัยอย่าง ดร.ถวิลวดี บุรีกุล ผู้อำนวยการแผนงานเชิงกลยุทธ์ (PD) และ รศ.ดร.สุพรรณี ฉายะบุตร หัวหน้าโครงการวิจัยจากมหาวิทยาลัยศิลปากร ภายใต้การสนับสนุนหลักจาก กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) , กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) , สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) , สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) และ หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) โดยมี ดร.ธนภณ วัฒนกุล ประธานคณะกรรมการ Promoting Committee (PC) และ ดร.สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน ประธานมูลนิธิสื่อสานพลังชุมชน ร่วมผลักดันภายใต้สโลแกน “ทุนทางวัฒนธรรมชุมชน = ทุนชาติ”
ดร.ถวิลวดี บุรีกุล ในฐานะผู้อำนวยการแผนงานเชิงกลยุทธ์ (PD) ภายใต้แผนงาน “ยกระดับเมืองรองสู่เมืองเศรษฐกิจวัฒนธรรม” ฉายภาพรวมในมิติระดับนโยบายไว้อย่างน่าสนใจว่า คำว่า “เมืองรอง” ไม่ได้แปลว่ามีศักยภาพน้อยกว่าที่อื่น แต่เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยเรื่องราว ภูมิปัญญา และรากเหง้าที่รอการเจียระไน
ดร.ถวิลวดี ชี้ให้เห็นถึงโครงสร้างการขับเคลื่อนที่ครอบคลุมถึง 11 โครงการย่อย ซึ่งถูกร้อยเรียงเป็น 4 มิติหลัก ได้แก่ การขับเคลื่อนและพัฒนาต้นแบบ นำโดย ดร.ถวิลวดี และ รศ.ดร.สุพรรณี มุ่งเชื่อมองค์ความรู้สู่การปฏิบัติจริง การสร้างคุณค่าจากทุนวัฒนธรรม นำทุนเดิมมาสร้างมูลค่าเพิ่ม เช่น พิพิธภัณฑ์ชุมชน และการฟื้นฟูภูมิปัญญาช่างศิลป์ การสื่อสารวัฒนธรรม สร้างเครือข่ายเยาวชนและสื่อสาธารณะในการเล่าเรื่องเมือง และ นโยบายการขับเคลื่อน พัฒนานักบริหารระดับสูงและสร้างกลไกการลงทุนร่วมระหว่างท้องถิ่นและชุมชน
“ความตั้งใจของเราคือ การนำงานวิจัยและนวัตกรรมออกจากหน้ากระดาษ ไปพบกับชีวิตจริงของเมืองและชุมชน เชื่อมความรู้ของนักวิจัยเข้ากับประสบการณ์ของประชาชน การวิจัยต้องเชื่อมกับการพัฒนาพื้นที่จริง สร้างงาน สร้างรายได้ และทำให้คนในพื้นที่ภาคภูมิใจในบ้านของตนเอง” ดร.ถวิลวดี ระบุ
นอกจากนี้ ดร.ถวิลวดี ยังได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนถึงผลสัมฤทธิ์ของปีนี้ว่า มีความคึกคักและเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ผู้ประกอบการมีการนำสินค้าวัฒนธรรมมาจำหน่าย สร้างเม็ดเงินหมุนเวียน และเชื่อมั่นว่าในปีต่อๆ ไป เทศกาลนี้จะยิ่งใหญ่และดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากขึ้นอย่างแน่นอน
ในขณะที่มิติการลงพื้นที่คลุกคลีกับชุมชน รศ.ดร.สุพรรณี ฉายะบุตร หัวหน้าโครงการวิจัยเรื่อง "การพัฒนาเมืองรองสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์บนฐานทุนทางวัฒนธรรม" จากมหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ลงรากฐานในพื้นที่อำเภอทุ่งสงมาเกือบ 10 ปี (ตั้งแต่ปี 2560)
รศ.ดร.สุพรรณี เน้นย้ำถึง “มิติการสร้างคน” โดยระบุว่า ความสำเร็จของงานเป-ตะ เฟสติวัล ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดมาจาก "นักจัดการทุนวัฒนธรรม" ในพื้นที่ และเครือข่ายประชาคมสร้างสรรค์ทุ่งสง แม้งบประมาณวิจัยจะมีจำกัด แต่คนในพื้นที่ใช้ "ใจ" และความเข้มแข็งในการแสวงหาความร่วมมือจนงานสำเร็จลุล่วง
เมื่อถูกตั้งคำถามจากสื่อมวลชนถึงความเป็นไปได้ที่เทศกาลเป-ตะ จะยิ่งใหญ่เทียบเท่างานชักพระ รศ.ดร.สุพรรณี วิเคราะห์ในมุมมองเศรษฐศาสตร์วัฒนธรรมไว้อย่างแหลมคมว่า การจะไปถึงจุดนั้นต้องอาศัยการบูรณาการจากทุกภาคส่วน และที่สำคัญที่สุดคือ "ความสนุกสนาน"
“งานเทศกาลที่จะยั่งยืนและไปได้ไกล ไม่ใช่มีแค่เรื่องศรัทธาอย่างเดียว แต่มันต้องมีความสนุกสนานด้วย บนฐานของความถูกต้องทางวิถีชีวิต มันทำนองเดียวกับผีตาโขนที่เลย หรือเทศกาลคาร์นิวัลระดับโลกที่บราซิล ซึ่งมีรากจากความเชื่อทางศาสนาแล้วนำมาเต้นแซมบ้า จิตวิทยามนุษย์คล้ายคลึงกัน หากมีแต่วัฒนธรรมที่ให้ปฏิบัติตามเฉยๆ คนจะเบื่อ แต่ถ้าสนุกสนานและอยู่ในกรอบวิถีที่ดี คนก็จะร่วมงานเยอะ” รศ.ดร.สุพรรณี กล่าว
นอกจากนี้ รศ.ดร.สุพรรณี ยังชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการทำ PDCA (Plan-Do-Check-Act) ในระดับชุมชน การนำวัฒนธรรมดั้งเดิมมาประยุกต์ให้ร่วมสมัย เช่น การปรับรสชาติอาหารพื้นถิ่นให้ถูกปากคนรุ่นใหม่ หรือการนำ "ลูกปัดโนรา" มาประยุกต์เป็นเครื่องประดับแฟชั่น ซึ่งทั้งหมดนี้คือแก่นแท้ของการยกระดับสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างแท้จริง โดยมีเยาวชนเป็นผู้สืบทอดและใช้สื่อโซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือในการเผยแพร่
สำหรับบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก มีกิจกรรมต่อเนื่อง 15 วัน 15 คืน (27 ก.ย. – 11 ต.ค. 2569) โดยผลการประกวดขบวนแห่เป-ตะ (หุ่นทองสูง) ที่มีการนำเสนอต่อคณะกรรมการบริเวณอาคารสยามกัมมาจล ตำบลที่คว้ารางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ตำบลหนองหงส์ รับเงินรางวัล 40,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลจาก ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว., รองชนะเลิศอันดับ 1 ตำบลปากแพรก และ รองชนะเลิศอันดับ 2 ตำบลถ้ำใหญ่
การจัดงานเทศกาลเป-ตะ เฟสติวัล ครั้งที่ 3 ภายใต้การวิจัยของ ดร.ถวิลวดี และ รศ.ดร.สุพรรณี จึงไม่ใช่เพียงแค่งานอีเวนต์ฉาบฉวย แต่เป็นการใช้กลไกการวิจัย "ฝังชิป" ทางความคิดให้ชุมชนรู้จักคุณค่าของตนเอง รู้วิธีบริหารจัดการทุนทางวัฒนธรรม และพร้อมที่จะผลักดัน "ทุ่งสง" ให้เป็นหมุดหมายใหม่ของเมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระดับประเทศต่อไป