“ถ้าดิฉันเองเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน จะเรียกเลขาธิการประกันสังคมเข้าไปคุยว่า ท่านเป็นข้าราชการมาตั้งนาน ทำไมท่านถึงบิดเบือนตัวบทกฎหมาย อ่านดูก็รู้อยู่แล้วว่า มันน่าจะต้องตีความยังไง ทำไมถึงยังบิดเบือนให้คนเข้าใจผิด แล้วทำไมถึงต้องทำให้ผู้ประกันตน ไปใช้สิทธิ์ยาก แต่บังเอิญว่า ดิฉันก็ไม่ได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ดิฉันก็ไม่ได้มีอำนาจนั้น แต่ถ้ามีก็คงจะทำ“ นางสาวรักชนก กล่าว
นางสาวรักชนก กล่าวอีกว่า เรื่องนี้ทางที่เซฟที่สุดก็คงเป็นการจดใส่มือ ตามที่หลายคนได้แนะนำกัน และขอแนะนำว่า ถ้าวันจริงใครไปใช้สิทธิ์แล้วพนักงานประกันสังคม คนไหนที่มีปัญหา ขอถ่ายคลิปวิดีโอ และภาพถ่ายไว้ แล้วส่งมาที่ตนเอง ซึ่งจะตามหาตัว ไม่อยากให้สำนักงานประกันสังคมลุแก่อำนาจมากไปกว่านี้ เพราะการเลือกตั้งก็มีความยากลำบากอยู่แล้ว ก็หวังว่า ในวันเลือกตั้งจะไม่มีความวุ่นวาย อย่างไรก็ตามก็ต้องขอแรงผู้ประกันตนเพราะไม่มีอะไรที่ไว้ใจได้
🔵 ซัด สปส. ใช้งบพีอาร์เลือกตั้ง 40 ล้าน เพิ่งมาเร่งโงสุดท้าย
เมื่อถามว่า มองเรื่องการทำงานของสำนักงานประกันสังคม ในการประชาสัมพันธ์บอร์ดเลือกตั้งครั้งนี้อย่างไร นางสาวรักชนก กล่าวว่า มนุษย์เงินเดือนจำนวนมาก เช่น สยาม, นนทรี หรือสีลม และแม้กระทั่งประชาชนที่อยู่ในเมืองชั้นใน และใช้โซเชียลมีเดียมี ประมาณ 70% ยังไม่ทราบเลยว่า จะมีการเลือกตั้ง และ 90% ไม่ทราบว่า บอร์ดประกันสังคมมีหน้าที่อะไร
นางสาวรักชนก กล่าว จึงขอตั้งคำถามกับสำนักงานประกันสังคมว่า งบประชาสัมพันธ์ของสำนักงานประกันสังคม 300 ล้านบาท และงบเลือกตั้ง 270 ล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็นงบเฉพาะการประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งประกันสังคม 40 ล้านบาท จึงอยากถามว่า เอาไปทำอะไร เอาเงินไปละลายกับอะไรหมด เพราะหนึ่งเดือนก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง เพิ่งจะมีการ Kick-off จากสำนักงานประกันสังคม หรือเริ่มจัดซื้อสร้างเอกสาร ที่ออกไปรณรงค์ ทำให้เห็นความจริงใจของสำนักงานประกันสังคม
“รู้มาเป็นปีแล้วว่า จะมีการเลือกตั้ง แต่เพิ่งทำเอกสารในการรณรงค์ในเดือนสุดท้าย และการเลขาธิการประกันสังคม ไปแจกแผ่นประชาสัมพันธ์ ด้วยตนเอง ประมาณ 2-3 อาทิตย์ก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง จึงขอตั้งคำถามว่า ถ้าท่านมีความจริงใจจริง ๆ นี่คือ การเตรียมตัวของสำนักงานประกันสังคมเหรอ ถ้าท่านทำงานในบริษัทเอกชน ท่านทำงานห่วยแตกแบบนี้ ท่านไม่มีโอกาสได้ไปต่อนะคะ แต่โชคดีไงที่ท่านยังอยู่ในระบบราชการ และระบบระเบียบต่าง ๆ มันคุ้มกะลาหัวพวกท่านได้ ทำให้พวกท่านทำงานห่วย ๆ แล้วยังสามารถอยู่ในสำนักงานประกันสังคมต่อไปได้“ นางสาวรักชนก กล่าว
นางสาวรักชนก กล่าวทิ้งท้ายว่า แม้ว่า ตนเองไม่ได้เป็นผู้ประกันตน และไม่ได้เป็นนายจ้าง แต่ตนเองอยากจะเห็นสำนักงานประกันสังคมให้ดีขึ้นมีความโปร่งใส และอยากจะทำให้คนที่มีมีการทุจริตคอร์รัปชัน เห็บ-หมัด ที่มีการกัดกินประกันสังคมมาอย่างยาวนานตลอด 30 ปีต้องถูกจัดการ ซึ่งถ้าเรามีเจตจำนงตรงกันที่อยากเห็นสำนักงานประกันสังคมดีขึ้น ต้องขอแรงทุกคนในโค้งสุดท้าย ให้ช่วยกันจริง ๆ