มีช่วงหนึ่งในคลิปวิดีโอ ที่ตัวแทนของบริษัทอิตาเลียนไทย บอกว่าจ่ายเงินให้กับ บริษัท ก้าวพีเค ไปแล้ว
นายฐิติพงศ์ บอกว่า ตนก็ไม่ทราบว่าเค้าจ่ายเงินให้กันครบหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ ตนไม่ได้เงินเลยสักบาท จากยอดกว่า 3 ล้านบาท ส่วนบริษัทดังกล่าว จะบิดไม่นำเงินมาจ่ายให้ตนหรือไม่นั้น ตนก็ไม่แน่ใจ เพราะทุกครั้งที่ทวงถามก็บอกว่ายังไม่ได้เงินจากซับคอนแทรคตเหมือนกัน ตนเชื่อว่าหากได้เงินมาแล้วเค้าอาจจะนำไปหมุนและไม่มีเงินมาจ่ายพวกของตนเอง
ทำให้ตนต้องไปแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในการนำเงินมาจ่ายลูกน้อง ด้วยการควักเงินสำรอง และต้องเอาบ้าน เอารถ ที่ดิน ไปจำนอง เพราะไม่มีเงินจ่าย ต้องแบกรับปัญหาดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น
ส่วนเมื่อวันที่ 19 ก.พ.ที่ผ่านมา ที่ตนเองและบริษัทอื่นที่เป็นซับคอนแทรคของ บริษัทดังกล่าว ไปประท้วงทวงเงินที่ "ตึก สตง." เพราะตั้งใจจะไปพบกับผู้ว่าฯ สตง. เนื่องจากเป็นวันส่งงานพอดี
เลยอยากเข้าไปขอความเห็นใจและอยากให้ผู้ว่า สตง. เข้ามาแก้ปัญหาในการจ่ายเงินให้ แต่ปรากฎว่าก็ได้เจอแค่ผู้จัดการโครงการ ซึ่งเป็นคนของบริษัทดังกล่าว , คนของบริษัท อิตาเลียนไทย พร้อมกับ นายหลินหยาง ผู้ควบคุมโครงการ จากบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 เท่านั้น
โดยวันนั้นมีข้อสรุปแค่ว่าจะมีการจ่ายเงินงวดที่ 23 (งวดสุดท้าย) ให้กับทั้ง 6 บริษัทที่ยังไม่ได้รับเงินเหมือนกัน เป็นจำนวนเงินรวมทั้งสิ้น 5,795,613 ล้านบาท โดยบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 จะตัดเงินของบริษัทดังกล่าว มาจ่ายให้ก่อน ผ่านระบบเปย์เมนต์ ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้เงินแม้แต่บาทเดียว
ยอมรับว่าผิดหวังมาก เพราะโครงการระดับหลักพันล้าน ระดับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ก็คิดว่าคงไม่โกงเงิน และคงไม่มีปัญหาเรื่องการจ่ายเงิน เพราะมีความน่าเชื่อถือ และตนเชื่อว่ายังมีบริษัทอื่นที่เป็นซับคอนแทรคของบริษัทดังกล่าว อีกหลายเจ้าที่ยังไม่ได้เงินเช่นกัน มูลค่าน่าจะกว่า 10 ล้านบาท
เมื่อถามถึงสภาพอาคาร สตง. แห่งใหม่ ตอนที่ได้เข้าไปทำงาน เป็นอย่างไรบ้าง
ช่างเบิร์ด บอกว่า ในช่วงที่ตนเข้าไปทำงานก็เห็นคนของ สตง. และบริษัทจากประเทศจีน เข้ามาตรวจงานหลายครั้ง เพื่อเช็คความคืบหน้าของการก่อสร้าง
แต่สิ่งที่ตนเอะใจ เมื่อตอนเขาไปทำงานเห็นว่าผนังของตึกมีความเปราะบาง เพราะเมื่อตนจะตั้งแคมป์ทำงานผนังแผ่นปูนก็หลุด ด้านในเป็นโพรง ไม่แน่นเหมือนปูนทั่วไป เหมือนปูนไม่หุ้มเหล็ก เวลาเอาค้อนตอก ไม่ค่อยติดซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร
ไม่รู้ว่าในความโชคร้ายถือเป็นความโชคดีอยู่หรือไม่ที่ตนนำคนงานออกไปตั้งแต่ช่วงเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา เพราะถ้าหากยังอยู่ต่อก็อาจจะคงติดอยู่ในตึก สตง. แล้ว ไม่รู้ว่าต้องขอบคุณเขาหรือไม่อย่างไร
และวันนี้ทางกลุ่มผู้รับเหมาที่เป็นซับคอนแทรคของบริษัทดังกล่าว ได้นัดรวมตัวเพื่อมาคุยกับทาง ตัวแทนบริษัทอิตาเลียนไทย และตัวแทนบริษัทเรลเวย์ ไชน่า นัมเบอร์ 10 เพื่อหาข้อสรุปของเรื่องเงินที่ติดค้างไว้ ตนหวังแค่เพียงได้เงินคืนกลับมา เพราะตั้งแต่ที่คุยล่าสุดก็ไม่เคยมีใครติดต่อตนกลับมาอีกเลย และที่ผ่านมาตนเคยไปฟ้องศาลแรงงานไปแจ้งความแต่ก็ไม่มีใครรับเรื่อง