นายชัยวุฒิ บอกอีกว่า ส่วนประเด็นหลักที่พรรคฝ่ายค้านตั้งธงเรื่องบุคคลในครอบครัว ซึ่งหมายถึงนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เข้ามาก้าวก่ายหรือมีบทบาทครอบงำรัฐบาลจะมีน้ำหนักเพียงใดนั้น การจะเอ่ยชื่อหรือไม่ไม่สำคัญ ขึ้นอยู่กับเนื้อหาสาระ หรือข้อมูลที่ฝ่ายค้านจะนำไปอภิปรายพาดพิงมากกว่าว่ามีข้อมูลมากน้อยแค่ไหน
ส่วนผลการอภิปรายในครั้งนี้จะกระทบถึงขั้นต้องยุบสภาฯ หรือไม่นั้น จากภาพของการรับประทานอาหารร่วมกันของพรรคร่วมรัฐบาลล่าสุด ได้สะท้อนว่า ในประเด็นของการยุบสภาหรือไม่ยกมือไว้วางใจนายกฯ นั้นคงไม่มีผล
แต่เรื่องการปรับ ครม.น่าจะเกิดขึ้นหลังจากการอภิปราย เพราะเรามีปัญหาในการแต่งตั้ง ครม.จากโควต้าพรรคมากกว่าเอาคนเก่งและเชี่ยวชาญมาบริหาร หลายครั้งที่บุคคลที่ไม่มีความรู้เลยแต่ได้โควค้าพรรคมานั่งเป็นรัฐมนตรี ตรงนี้เป็นจุดอ่อนของประเทศไทยมาโดยตลอด ดังนั้นหากหลังอภิปรายแล้วจะมีการปรับ ครม.ที่มีความเหมาะสม ก็จะเกิดประโยชน์ต่อประชาชน
ด้าน นายชัยพร จันทร์หอม เครือข่ายภาคประชาชนจังหวัดตรัง กล่าวว่า ในฐานะประชาชน อยากให้การอภิปรายครั้งนี้เกิดประโยชน์กับประชาชนด้วย มากกว่าการเล่นเกมการเมืองในสภา
"ประชาชนในภาคใต้ที่เฝ้าติดตามการเมือง จับตามองการอภิปรายครั้งนี้ จะเกิดประโยชน์กับชาวบ้านแค่ไหน โดยเฉพาะการแก้ปัญหาปากท้อง ปัญหาสินค้าเกษตรราคาตกต่ำ ปัญหาทรัพยากรทางทะเลของภาคใต้ที่มีการใช้เครื่องมือประมงที่อาจส่งผลต่อสัตว์น้ำวัยอ่อน เช่น อวนตาถี่ และเครื่องมือประมงผิดกฎหมายที่ยังคงมีอยู่" นายชัยพร ระบุ